เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจชัยภูมิ บุกทลายเหมืองขุดบิตคอยน์ 3 จุด กลางเมืองชัยภูมิ หลังพบมีการลักลอบใช้ไฟฟ้าสูงผิดปกติ มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท
เป้าหมายแแรกที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยภูมิ นำหมายเข้าตรวจค้นเป็นอาคารพาณิชย์ ตั้งอยู่ริมถนนนนทนาคร อำเภอเมืองชัยภูมิ พบเครื่องขุดบิตคอยน์ 15 เครื่อง
เบื้องต้นจากการประเมินสภาพเครื่องขุดบิตคอยน์ คาดว่าเปิดระบบใช้งานมานานกว่า 6 เดือน สอดคล้องกับข้อมูลของผู้มาติดต่อเช่าใช้อาคารหลังนี้ นานกว่า 6 เดือนแล้วด้วย โดยก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นเมื่อวาน ได้ตรวจพบว่าอาคารหลังนี้มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงผิดปกติ เมื่อตรวจสอบสาวลงลึก ก็พบว่ามีการลักลอบใช้ไฟฟ้าจริง จึงนำไปสู่การตรวจขอหมายเข้าค้นดังกล่าว
ต่อด้วยจุดที่ 2 เป็นอาคารที่มีผู้มาเช่าใช้อาคารนานกว่า 3 ปี บริเวณปากทางเข้า อบต.นาฝาย ในตัวเมืองชัยภูมิ โดยผลการตรวจค้นบนชั้น 2 ของอาคาร พบเครื่องขุดบิทคอยน์จำนวน 15 เครื่อง
ส่วนจุดที่ 3 อาคารให้เช่าเหมือนกัน อยู่ใกล้หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ เมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบด้านในอาคาร พบเครื่องขุดบิตคอยน์ 18 เครื่อง โดยอาคารหลังนี้เพิ่งมีผู้มาเช่าใช้อาคารได้ 4-5 เดือน สรุปมูลค่าความเสียหายจากการลักลอบใช้ไฟฟ้ารวมกันทั้ง 3 อาคาร จำนวนมากกว่า 30 ล้านบาท
ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอาคารทั้ง 3 แห่ง ไม่พบมีคนอาศัยในบ้าน หลังจากนี้ ตำรวจและเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ จะเรียกเจ้าของอาคารมาสอบสวน ขยายผลหาตัวผู้เช่า เพื่อดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์การไฟฟ้า และความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ ด้วย
ตามประกาศ กระทรวงการคลัง เครื่องขุดบิตคอยน์ หรือ เครื่องขุดคริปโทเคอร์เรนฯ จัดอยู่หมวดเครื่องจักรไฟฟ้า และเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า ทุกเครื่องที่นำเข้าไทย ต้องสำแดง เสียภาษี ผ่านพิธีการศุลกากร
ที่ผ่านมา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ย้ำเสมอถึงบทลงโทษ สำหรับผู้ลักลอบใช้ไฟฟ้าขุดเหรียญบิตคอยน์ ดัดแปลงแก้ไขอุปกรณ์ และมิเตอร์ไฟฟ้า นอกจากเป็นอันตรายถึงชีวิต ยังกระทบต่อความมั่นคงทางระบบไฟฟ้าของประเทศ ถ้าตรวจพบดำเนินคดี ทั้งทางแพ่ง และทางอาญา
หากพบเห็นการลักลอบใช้ไฟฟ้า สายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้า ร่วมแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ หรือ โทร.1129 PEA Contact Center ตลอด 24 ชั่วโมง