สิ้นสุดทางรัก 13 ปี หนุ่มลวงแฟนเป็นสาวประเภทสองออกมาขับรถเล่น ก่อนชักปืนยิงหัวบาดเจ็บสาหัส ขับรถกว่า 100 กิโลเมตร ข้ามหลายอำเภอพาร่างโชกเลือดกลับบ้านไปบอกพ่อแม่ แล้วส่ง รพ. ที่เดชอุดม ก่อนเสียชีวิต อ้างช่วงหลังทะเลาะกันบ่อย ระแวงปันใจให้ชายอื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 26 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ร.ต.อ.พะเยาว์ เครือบุตร รองสารวัตร( สอบสวน) สภ.เดชอุดม รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีผู้บาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืน เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน
ที่โรงพยาบาลพบผู้บาดเจ็บเป็นสาวประเภทสอง ชื่อ นายสุรพงษ์ อายุ 44 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะขวา ทะลุซ้ายอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา สอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ที่นำตัวผู้เสียชีวิตมาส่งโรงพยาบาล คือ นายวรายุทธ อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม กำลังนำรถยนต์ สีแดง ไปจอดด้านหน้าโรงพยาบาล ตำรวจสืบสวนจึงได้ติดตามออกไปดู พบว่าบริเวณกระจกรถด้านหลังซ้ายมีรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืน 1 นัด กระจกแตกเสียหาย
จากการตรวจสอบภายในรถ พบปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ สีน้ำตาล ขนาด 9 มม.อยู่ในช่องเก็บของ 1 กระบอก ปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ตกอยู่ภายในรถ 1 ปลอก บริเวณเบาะนั่งด้านซ้ายมีคราบเลือดจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าเป็นเลือดของผู้เสียชีวิต ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว นายวรายุทธ์ มาสอบสวน
นายวรายุทธ ให้การว่า คบหาอยู่กินกับผู้เสียชีวิตมา 13 ปี ระยะหลังเริ่มมีปัญหาชีวิตคู่ มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เพราะระแวงว่าจะปันใจให้ชายอื่น วันนี้มีจังหวะจึงได้ชวนผู้เสียชีวิตออกมาขับรถเล่น จนถึงทางเข้าเขื่อนปากมูลซึ่งเป็นทางเปลี่ยว 2 ข้างทางเป็นป่า จึงจอดรถทำทีไปปัสสาวะ แล้วใช้ปืนที่พกมาด้วยยิงเข้าที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นขับรถพาร่างแฟนที่เจ็บสาหัสกลับมาบ้านที่ อ.เดชอุดม เพื่อบอกแม่ว่าตนยิงนายวรายุทธ และกำลังจะเอาตัวไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นตำรวจก็มาจับกุม
อย่างไรก็ตาม จากจุดที่ผู้ต้องหาก่อเหตุห่างจากโรงพยาบาลที่นำตัวผู้เสียชีวิตมาส่งที่โรงพยาบาล มีระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ผ่านมาหลายอำเภอ แต่ไม่ได้พาเข้าโรงพยาบาล ซึ่งผู้ต้องหาตัดสินใจขับรถกลับมาบ้านบอกพ่อแม่ แล้วพามาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม กระทั่งผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา