มท.2 - มท.4 นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ "สิงห์ปราบทุนต่างด้าว" บูรณาการ 5 หน่วยงาน ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เปิดร้านกัญชา - โรงแรมผิดกฎหมาย 4 จุด บนเกาะพะงัน พบมีการปลอมเอกสารเจ้าหน้าที่รัฐออกใบสั่งกัญชา - กลุ่มชาวต่างชาติรับผลประโยชน์
ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายกฯ ได้เดินทางมายังพะงันด้วยตัวเองเมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย จึงลงมาติดตามถึงปัญหาของการจัดการสิ่งที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนอมินีทุนเทา แรงงานต่างด้าว การจดทะเบียนนิติบุคคลต่าง ๆ บนเกาะพะงัน ในวันนี้ ประกอบกับกรมการปกครองได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการที่มีการจำหน่ายกัญชา และโรงแรมในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กระทั่งพบข้อสงสัยหลายประการ ทั้งการประกอบกิจการเย้ยกฎหมายโดยไม่มีใบอนุญาต การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารที่อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนตั้งเครือข่าย ‘นอมินีบังหน้า’ เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนต่างชาติอย่างแยบยล จึงได้วางแผนเข้าทำการจับกุมตรวจค้นจับกุม
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้ง 2 ท่าน ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดสุราษฎร์ธานี และฝ่ายปกครองอำเภอเกาะพะงัน บูรณาการ 5 หน่วยงาน กระจายกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมร้านจำหน่ายกัญชา และโรงแรมผิดกฎหมาย ในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จำนวน 4 จุด
จากการเข้าตรวจค้นพบพฤติการณ์การกระทำความผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ทั้ง ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 มีการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และพบว่าโรงแรมหรูดังกล่าวตั้งอยู่บนเนื้อที่รวมกว่า 25 ไร่ แบ่งเอกสารสิทธิออกเป็น 26 แปลง โดยมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นบังหน้า ไทย 51% และ อิสราเอล 49% อีกทั้งยังรับชำระเงินผ่านช่องทางการโอนเข้าบัญชีต่างชาติเท่านั้น
และยังพบสถานประกอบการจำหน่ายกัญชา มีการจัดทำ “ใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (ภ.ท. 33)” ให้ลูกค้าโดยไม่มีการตรวจหรือซักประวัติทางการแพทย์ พร้อมเรียกเก็บค่าบริการ แต่หากซื้อกัญชาของทางร้านจะออกใบดังกล่าวให้ฟรี โดยข้อมูลที่ปรากฏในใบ ภ.ท.33 ปรากฏชื่อข้าราชการ ระดับผู้อำนวยการกองเทศบาล ซึ่งเป็นการปลอมเอกสาร
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามฐานความผิดและบทลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลาง และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายกฯ ได้เดินทางมายังพะงันด้วยตัวเองเมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย จึงลงมาติดตามถึงปัญหาของการจัดการสิ่งที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนอมินีทุนเทา แรงงานต่างด้าว การจดทะเบียนนิติบุคคลต่าง ๆ บนเกาะพะงัน ในวันนี้ ประกอบกับกรมการปกครองได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการที่มีการจำหน่ายกัญชา และโรงแรมในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กระทั่งพบข้อสงสัยหลายประการ ทั้งการประกอบกิจการเย้ยกฎหมายโดยไม่มีใบอนุญาต การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารที่อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนตั้งเครือข่าย ‘นอมินีบังหน้า’ เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนต่างชาติอย่างแยบยล จึงได้วางแผนเข้าทำการจับกุมตรวจค้นจับกุม