ปชป. ออกแถลงการณ์ ขอให้ กกต.ทบทวนท่าที แจ้งความดำเนินคดีข้อหาแรง อั้งยี่ ซ่องโจร ขัดขวางการเลือกตั้ง กับผู้ที่ออกมาตรวจสอบการจัดการการเลือกตั้ง
วันนี้ (28 ก.พ.69) พรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนท่าที และการดำเนินการต่อการตรวจสอบการจัดการการเลือกตั้ง โดยระบุว่า จากข่าวที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบอำนาจให้รองเลขาธิการ กกต. เข้าแจ้งความกองปราบปราบ ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันตรวจสอบ กรณีข้อสงสัยเรื่องบาร์โคด บนบัตรเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 นั้น พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าวของ กกต. อย่างยิ่ง
เนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 มีความผิดพลาดบกพร่องและข้อสงสัยในการดำเนินการเกิดขึ้นหลายประการ ทั้งกรณีบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง ที่มีการชี้แจงที่สับสนกลับไปกลับมา จนบานปลายกลายเป็นปัญหาข้อกฎหมายและความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จนทำให้มีการยื่นร้องต่อศาลปกครอง ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อนำเรื่องสู่ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีบัตรเขย่ง กรณีเอกสารสำคัญในหน่วยเลือกตั้งถูกนำไปทิ้งอย่างมีข้อสงสัย กรณีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งฉีกบัตรไปกาบัตรเอง กรณีการรวมคะแนนไม่ตรงกับการขีดคะแนนบนป้ายคะแนน กรณีการขีดคะแนนบนป้ายบันทึกคะแนนที่ดูน่าสงสัย ฯลฯ ในทุกกรณีกลับมีการชี้แจงที่ไม่ชัดเจน อีกทั้งเมื่อมีการขอให้เปิดเผยข้อมูลที่สังคมสงสัย กลับมีท่าทีปฏิเสธ ไม่ตอบรับ สร้างความกังขาในความสุจริต เที่ยงธรรม ของการเลือกตั้งต่อสังคมในวงกว้าง
ดังนั้น การที่บุคคลต่าง ๆ ต้องการตรวจสอบกรณีที่ตนมีความสงสัย โดยใช้วิธีการต่าง ๆ ที่ไม่เป็นการขัดขวางรบกวนการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ย่อมเป็นสิทธิอันพึงมีพึงได้ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ การตอบโต้การดำเนินการตรวจสอบใด ๆ ด้วยการฟ้องบุคคลที่ตรวจสอบ จึงเสมือนเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ส่อนัยของการฟ้องเพื่อปิดปากสาธารณะ ซึ่งขัดหลักความโปร่งใสในระบอบประชาธิปไตยที่สุจริตอย่างยิ่ง
อีกทั้งข้อหาที่ฟ้องดำเนินคดีมีความรุนแรง ทั้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ขัดขวางการเลือกตั้ง เปิดเผยข้อมูล นำเข้าข้อความอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ ดูจะขัดแย้งกับภาพข่าวที่ปรากฎต่อสาธารณะที่เห็นว่าการตรวจสอบดังกล่าวเป็นการกระทำที่เปิดเผย โดยไม่ได้มีการคุกคามหรือขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแต่ประการใด
ปชป. ขอเรียกร้องให้ กกต. หยุดดำเนินการในลักษณะดังกล่าว และใช้การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินการ และดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีขององค์กรที่มีความสำคัญในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยต่อไป