ก.พลังงาน ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง มั่นใจไม่เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมัน

ก.พลังงาน ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง มั่นใจไม่เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมัน

View icon 33
วันที่ 1 มี.ค. 2569 | 12.22 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ก.พลังงาน ติดตามสถานการณ์การสู้รบ อิสราเอล-อิหร่าน รวมปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศ 7,795 ล้านลิตร ใช้ได้ 61 วัน เตรียมมาตรการรองรับทั้งด้านราคาและปริมาณสำรอง หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มั่นใจไม่มีปัญหาขาดแคลน

วันนี้ (1 มี.ค. 69) นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ และคาดว่ามีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันมีความผันผวน และอิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกระทบ supply 20% ของความต้องการโลก กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณสำรองน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในประเทศ จะต้องมีเพียงพอต่อความต้องการ

ข้อมูล ณ วันที่ 23 ก.พ.69 มีน้ำมันคงเหลือ (น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป) 4,925 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 38 วัน น้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง (ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว) 1,746 ล้านลิตร และจากแหล่งอื่น 1,124 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 23 วัน รวมปริมาณน้ำมันคงเหลือ 7,795 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ 61 วัน

ในส่วนของแผนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG ของเดือน มี.ค.69 จำนวนทั้งหมด 4 ลำ ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 2 ลำ ส่วนอีก 2 ลำยังอยู่ระหว่างการลำเลียง คาดว่าจะไม่กระทบปริมาณสำรอง ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จะมีการบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพปริมาณสำรองเพื่อสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นภายในประเทศ

“กระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อิสราเอล-อิหร่านมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมได้วางแผนหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยได้เตรียมแผนในการจัดหาเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่นทดแทน แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีผลกระทบทั้งในด้านปริมาณสำรองและด้านราคา แต่กระทรวงพลังงานได้เตรียม Scenario ต่าง ๆ เพื่อรองรับไว้แล้ว หากการสู้รบยืดเยื้อและรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ และขอยืนยันว่าน้ำมันภายในประเทศจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน”

อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่สถานการณ์มีความเปราะบาง อาจมีการแพร่กระจายข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือข่าวปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามการประกาศและข้อมูลข่าวสารจากสื่อทางการของกระทรวงพลังงานเท่านั้น เพื่อป้องกันความสับสนและรับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง