ทรัมป์ ขู่อิหร่าน หากตอบโต้ ถูกโจมตีหนักกว่าเดิม

View icon 14
วันที่ 1 มี.ค. 2569 | 18.02 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
หลังปฏิบัติโจมตีอิหร่านเข้าวานนี้ อิหร่านได้โจมตีตอบโต้อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางหนักหน่วงเช่นกัน ทำให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐขู่ว่า หากอิหร่านตอบโต้อีก จะถูกโจมตีรุนแรงชนิดไม่เคยเจอมาก่อน

เช้าวานนี้ กองทัพสหรัฐฯและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ใส่เป้าหมายซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการนิวเคลียร์, ฐานที่มั่นกองทัพและกองบัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม รวมถึงบ้านพักของ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และผู้บัญชาการระดับสูงของ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม แต่มีพลเรือนนับร้อยเสียชีวิต รวมถึงเด็กนักเรียนหญิงกว่า 100 คนในโรงเรียนสตรีเมืองมินาบ

อิหร่านตอบโต้ทันควันด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอลและฐานทัพของสหรัฐใน 4 ประเทศพันธมิตรในตะวันออกกลาง เช่นฐานทัพเรือกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯในบาห์เรน

รวมถึงสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่นที่สนามบินนานาชาติในเมืองดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่านยังคงยิงตอบโต้อิสราเอลต่อเนื่องจนถึงเช้านี้

ล่าสุดอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างโอมานและอิหร่าน ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกน้ำมันในตลาดโลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากประมาณน้ำมันจากตะวันออกกลางที่ทั่วโลกใช้ถึง 1 ใน 5 หรือ 20 % ส่งออกผ่านช่องแคบนี้ หรือเฉลี่ยวันละ 20 ล้านบาร์เรล

การโจมตีวานนี้ทำให้ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตที่บ้านพักในกรุงเตหะราน พร้อมกับ ลูกสาว ลูกเขย และหลานสาว นอกจากนี้ ผู้บัญชาการระดับสูงของ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ยังเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีวานนี้อีกหลายคน

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ยืนยันว่าบ้านพักของผู้นำสูงสุดอิหร่านถูกทำลายพังยับ และเชื่อว่า อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตแล้ว

เช่นเดียวกับประธานาธิบดีทรัมป์ที่โพสต์ Truth Social ยืนยันเรื่องการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน และขู่ว่าหากอิหร่านตอบโต้จะถูกโจมตีหนักกว่าที่เคยเจอมา

ด้านเลขาธิการสหประชาชาติ ตำหนิการโจมตีอิหร่านในครั้งนี้ เพราะเกรงจะเกิดการสู้รบที่ลุกลามบานปลายทำลายเสถียรภาพทั้งตะวันออกกลาง ในขณะที่ท่าทีนานาชาติมีทั้งเห็นด้วยและคัดค้านการโจมตีอิหร่านของ สหรัฐฯและอิสราเอลในครั้งนี้

ที่สนับสนุนคือออสเตรเลียและแคนาดา รวมทั้งญี่ปุ่น ซึ่งมองว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของโลก ขณะที่ฝ่ายที่คัดค้าน คือ รัสเซียและจีน 2 ชาติมหาอำนาจคู่ปรับของสหรัฐฯ รวมทั้งประเทศในยุโรปหลายประเทศ ส่วนกลุ่มที่สงวนท่าที มีทั้งที่แอบหนุนสหรัฐฯ อย่างเนียน ๆ เช่นสหราชอาณาจักร และชาติพันธมิตรในตะวันออกกลาง ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เช่นซาอุดีอาระเบีย และประเทศที่สหรัฐฯ มีฐานทัพอยู่ในประเทศ ซึ่งพลอยถูกโจมตีไปด้วย

ในส่วนชาวอิหร่านที่อพยพในต่างแดน ต่างพากันดีใจทันทีที่ทราบข่าวจากรายงานข่าวทางโทรทัศน์ ขณะที่มีการออกมาเฉลิมฉลองตามท้องถนนในหลายประเทศ ทั้งในสหรัฐฯและยุโรป โดยบอกว่าเป็นการปลดปล่อยอิหร่านให้กลับมาเป็นประเทศที่มีอิสรภาพและประชาธิปไตยอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง