รัฐบาลยืนยัน พลังงานสำรองเพียงพอ 61 วัน

View icon 26
วันที่ 1 มี.ค. 2569 | 20.07 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อการขนส่งน้ำมันดิบโลก ด้านกระทรวงพลังงาน ยืนยัน ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ 61 วัน

กระทรวงพลังงานเกาะติดสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบทวีความรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวน ด้านนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณสำรองพลังงานของไทย โดยประเทศไทยยังมีน้ำมันคงเหลือรวม 7,795 ล้านลิตร เพียงพอต่อการใช้ 61 วัน

ส่วนแผนนำเข้าก๊าซธรรมชาติ หรือ LNG เดือนมีนาคม ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า จำนวน 4 ลำ ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 2 ลำ 

ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุช ได้สั่งการด่วนในการเริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน พร้อมสั่งเปิดศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานเพื่อติดตามเหตุการณ์

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. มีการออกเกณฑ์กำกับดูแลการซื้อ-ขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาท ยกระดับมาตรฐานตลาดทองคำไทย และป้องกันการใช้ธุรกรรมทองคำเป็นช่องทางของทุนสีเทา

มาตรการ คือ การซื้อขายทองคำออนไลน์สกุลเงินบาท ต้องไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวันต่อแพลตฟอร์ม ต้องมีการรายงานธุรกรรมตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีการรายงาน กรณีถอนทองคำจริง มากกว่า 2 กิโลกรัม หรือ ห้ามชำระด้วยเงินสด เป็นต้น

ดังนั้น ลูกค้าทั่วไปที่ซื้อ-ขายทองไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวัน จะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ โดยวงเงินดังกล่าวจะบังคับใช้กับลูกค้ารายบุคคลเท่านั้น ไม่ครอบคลุมผู้ประกอบธุรกิจทองคำหรือผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ คาดการณ์ว่า สำหรับวันพรุ่งนี้ ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง หากลุกลามบานปลาย ราคาทองคำอาจพุ่งสูงขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากเหตุการณ์คลี่คลายในทางที่ดี ราคาอาจไม่ได้ปรับตัวหวือหวามากนัก

ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า จากเหตุการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และอาจกระทบโดยเฉพาะด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และความเชื่อมั่นตลาดการเงิน

จึงได้สั่งการให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 58 แห่งทั่วโลก รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเทศในตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางอ้อม ควบคู่กับการเตรียมแนวทางกระจายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม เช่น เอเชียใต้ แอฟริกา และลาตินอเมริกา

รวมถึงจะมีการประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อรับฟังปัญหาและกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบ และประสานสถาบันการเงินของรัฐในการเตรียมเครื่องมือทางการเงิน รองรับกรณีผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง