เช้านี้ที่หมอชิต - การสู้รบในตะวันออกกลาง แน่นอนว่าส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ รมว.กระทรวงการคลัง สั่งตั้งวอร์รูมเตรียมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์วอร์รูม วิเคราะห์และประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย 6 ด้าน จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง คือ
1. ผลกระทบด้านพลังงานและต้นทุนการผลิต
2. ผลกระทบด้านการค้าโลกและห่วงโซ่อุปทาน
3. ผลกระทบด้านภาคการท่องเที่ยว
4. ผลกระทบด้านอัตราเงินเฟ้อ
5. ผลกระทบด้านตลาดเงิน ตลาดทุน และอัตราแลกเปลี่ยน
6. ผลกระทบด้านแรงงาน
นายเอกนิติ ย้ำว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งเพียงพอ สามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนภายนอกได้
ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หรือ สคต. ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก เช็กความเสี่ยงการส่งออกไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเทศในตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางอ้อม ควบคู่กับการเตรียมแนวทางกระจายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม เช่น เอเชียใต้ แอฟริกา และ ละตินอเมริกา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งเริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน จากสถานการณ์ที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซีย ออกสู่มหาสมุทรอินเดีย
ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากช่องแคบนี้ถูกปิด น้ำมันมากกว่าครึ่งที่ไทยนำเข้าอาจสะดุด กระทบภาคขนส่ง อุตสาหกรรม และค่าครองชีพ เช่น ค่าน้ำมันและค่าไฟฟ้า แต่ยืนยัน ไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ โดยปริมาณน้ำมันคงเหลือ 7,660 ล้านลิตร ใช้งานได้อีก 60 วัน และยังเตรียมแผนสำรอง จัดหาเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
ด้าน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เผยว่า เหตุปะทะกันระหว่างอิสราเอลและอิหร่านช่วง 28 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 134 เที่ยวบิน เนื่องจากสายการบินยกเลิกเที่ยวบินที่ให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือผ่านน่านฟ้าใกล้เคียง
โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินยกเลิก จำนวน 59 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง 2 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 2 เที่ยวบิน และ ท่าอากาศยานภูเก็ต 36 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ การบริหารจัดการภายในอาคารผู้โดยสารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง