ปิดฉาก ขบวนการฟอกเงินบาป ในคราบ นักบุญ

ปิดฉาก ขบวนการฟอกเงินบาป ในคราบ นักบุญ

View icon 610
วันที่ 2 มี.ค. 2569 | 10.51 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (2 มี.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายชวิศร์ หรือ อาจารย์ต้น อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 585/2569 ลงวันที่ 29 มกราคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”

โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้า คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านเพชรเกษม 56 ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ (25 ก.พ. 69) ที่ผ่านมา 

พฤติการณ์ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม แถลงผลการปฏิบัติการทลายขบวนการหลอกลวงประชาชน “ลัทธิ ลด ละ กรรม” นำกำลัง เข้าจับกุม นายชวิศร์ หรือที่กลุ่มลูกศิษย์รู้จักในนาม “อาจารย์ต้น” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา

โดยหลังก่อเหตุตั้งตนเป็นผู้วิเศษ อ้างเป็น “องค์พระผู้สร้าง” ลวงผู้เสียหายเข้าร่วมปฏิบัติธรรมและจ่ายเงินค่าปลดล็อกกรรม จนมีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 14 ราย มูลค่าความเสียหายร่วม 15 ล้านบาท

คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณปี 2565 มีกลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวกันเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ว่าถูกนายชวิศร์ และ น.ส.พิมภรณ์ (ภรรยา) ชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มปฏิบัติธรรม โดยนายชวิศร์ ได้สร้างเรื่องราวอ้างตนว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทับร่าง เป็น “องค์พระผู้สร้าง”  สามารถสื่อจิตเจรจากับเจ้ากรรมนายเวรได้

ขบวนการนี้ใช้วิธีจัดกิจกรรม “ยกพระ” เพื่อตรวจสอบดูดวงชะตาและหลอกลวงเหยื่อว่ามี เจ้ากรรมนายเวรจากอดีตชาติติดตามอยู่ ต้องจ่ายเงินเป็น “ค่าครู” และ “ค่าลดละกรรม” เพื่อซื้อทางลัด สู่นิพพานให้พ้นกรรมได้รวดเร็วกว่าการทำบุญทั่วไป

พร้อมสร้างระบบเครือข่าย หากชักชวนคนอื่นมาได้จะได้บารมีเพิ่ม โดยเงินทั้งหมดถูกให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของกลุ่มขบวนการ และบริษัทที่ตั้งขึ้นบังหน้า ก่อนที่ ความจริงจะปรากฏเมื่อผู้เสียหายพบว่า "อาจารย์ต้น" และภรรยา นำเงินทำบุญไปใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย ไม่สมฐานะเดิม และไม่ได้นำไปทำพิธีตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด

ต่อมาช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 พบผู้เสียหายบางรายที่ถูกอาจารย์ต้นหลอกลวงจนเสียหายไปร่วม 50 ล้านบาท ได้ไปออกรายการชื่อดัง ถึงพฤติการณ์หลอกลวงของอาจารย์ต้นกับพวก จนเป็นเหตุให้อาจารย์ต้นหลบหนีออกนอกประเทศ และหลบหนีมาโดยตลอด

จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา พบข้อมูลที่ขัดแย้งกับภาพลักษณ์ผู้วิเศษอย่างสิ้นเชิง โดยพบว่า เมื่อประมาณปี 2557 นายชวิศร์ เคยมีประวัติถูกบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งร้องทุกข์ กรณีที่นายชวิศร์ ได้แจ้งกับบริษัทประกันว่า ภรรยาของตนเสียชีวิต จนบริษัทประกันหลงเชื่อ จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้นายชวิศร์ เป็นจำนวนหนึ่ง ต่อมาบริษัทประกันชีวิตได้ทราบว่าภรรยาไม่ได้เสียชีวิตจริง จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายชวิศร์ พร้อมพวก ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง

หลังจากนั้น นายชวิศร์ ได้ถูกฟ้องล้มละลาย และศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้เป็น “บุคคลล้มละลาย” ตั้งแต่วันที่ (25 ก.ค. 62) ที่ผ่านมา ก่อนจะเพิ่งได้รับการประกาศปลดจากล้มละลายเมื่อวันที่  (26 ก.ค. 65) ที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สอดคล้องกับการเริ่มตั้งตนเป็น “อาจารย์ต้น” เพื่อหลอกลวงเงินจากผู้เสียหายมาพลิกฟื้นฐานะและใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ภายหลังจากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน จึงนำมาสู่การจับกุม นายชวิศร์ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง