นายกฯ ประชุม สมช.รับมือสู้รบ-เร่งช่วยคนไทย

View icon 19
วันที่ 2 มี.ค. 2569 | 11.04 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เช้าวันนี้ ต้องจับท่าทีรัฐบาลต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออก ที่จะมีผลกระทบกับไทย โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกฯ ได้เรียกประชุม สมช.ด่วนที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อประเมินสถานการณ์ และวางแผนอพยพคนไทยกลับประเทศ

ก่อนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายกฯ ได้เรียกผู้บัญชาการเหล่าทัพ เลขาธิการ สมช. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาหารือ รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลก่อน

จากนั้นเวลา 10.15 น. นายกรัฐมนตรี ได้เดินจากตึกไทยคู่ฟ้า มาเป็นประธานการประชุม สมช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

การประชุมวันนี้ คาดว่าจะประเมินสถานการณ์การส่งออกและการนำเข้าสินค้าโดยเฉพาะน้ำมัน เพื่อเตรียมรับมือหากปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงวางแผนอพยพคนไทยในตะวันออกออกกลางกลับประเทศ และยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญ และสถานที่ราชการที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่มีความขัดแย้ง

จากนั้น​เวลา 13.30 น. นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามสถานการณ์ต่อ

ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งสิ้นประมาณ 110,000 คน อิสราเอล 65,000 คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 20,163 คน ซาอุดีอาระเบีย 7,342 คน ส่วนอิหร่าน 250 คน

ในส่วนของอิหร่านตอนนี้มีคนไทย 29 คน แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ส่วนประเทศอิสราเอล ขณะนี้มีคนไทยแจ้งความประสงค์ที่จะกลับไม่เกิน 20 คน

กระทรวงต่างประเทศ แจ้งว่า ในภาพรวมยังไม่มีใครได้รับผลกระทบรุนแรง ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเปิดให้คนไทยแจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศ ติดต่อ Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง

รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง แจ้งว่าการตัดสินใจอพยพจะพิจารณาจากหลายปัจจัย ซึ่งก่อนเคลื่อนย้าย และก่อนขึ้นเครื่อง จำเป็นต้องมีพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวก่อน

ขณะนี้มีทางเลือกอพยพทางอากาศ 3 ระดับ คือ เช่าเหมาลำ ใช้เมื่อสนามบินยังเปิด และปลอดภัย เหมาะกับการอพยพจำนวนมาก, สายการบินพาณิชย์ ใช้ในกรณีสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นสงครามเต็มรูปแบบ และ กองทัพอากาศ ใช้เมื่อความเสี่ยงสูง ต้องการความพร้อมพิเศษ

โดยขณะนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ สั่งการให้กองทัพอากาศเตรียมพร้อมแผนอพยพคนไทย หากได้รับสั่งการ โดยเตรียมเครื่องบิน Airbus 319 Airbus 320 สำหรับพลเรือนจำนวนมาก และ C-130 สำหรับภารกิจในสนามบินที่มีข้อจำกัด

ขณะที่กองทัพเรือ แจ้งเตือน ขอให้เรือพาณิชย์เพิ่มความระมัดระวังสูงสุด ขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลีกเลี่ยงการเดินเรือเข้าใกล้กองกำลังทางเรือสหรัฐฯ และพันธมิตร หลีกเลี่ยงการเดินเรือในเวลากลางคืนหากไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง