อิหร่านประกาศปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางเดินเรือน้ำมันที่สำคัญของโลก ประกาศกร้าว จะโจมตีเรือทุกลำที่ผ่าน ขณะที่น่านฟ้าตะวันออกกลาง เงียบผิดปกติ
(3 มี.ค.69) กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ประกาศ“ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดแล้ว” พร้อมเตือน เรือทุกลำที่พยายามเดินเรือผ่าน จะถูกโจมตี พร้อมย้ำว่า จะไม่ยอมให้น้ำมันออกจากภูมิภาคแม้แต่หยดเดียว และอ้างว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ภายในไม่กี่วันนี้
ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก เชื่อมต่อผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ มีน้ำมันราว 20 % ของความต้องการโลก
โดยปกติแล้ว ในแต่ละวัน เรือบรรทุกน้ำมันดิบซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของความต้องการทั่วโลก จะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซพร้อมกับเรือบรรทุกน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และเชื้อเพลิงอื่นๆ ไปยังตลาดสำคัญในเอเชีย เช่น จีนและอินเดีย นอกจากนี้ เส้นทางน้ำนี้ยังเป็นเส้นทางขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของโลกอีกด้วย
เรือบรรทุกน้ำมันและเรือคอนเทนเนอร์ต่างหลีกเลี่ยงเส้นทางเดินเรือนี้ เนื่องจากบริษัทประกันภัยได้ยกเลิกความคุ้มครองสำหรับเรือเหล่านั้นแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญเตือน หากการเดินเรือถูกรบกวน จะยิ่งดันราคาน้ำมันพุ่ง และเพิ่มความเสี่ยงการยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาค
ขณะที่ ท้องฟ้าเหนืออิหร่านและพื้นที่โดยรอบภูมิภาคตะวันออกกลาง เงียบผิดปกติ ในช่วงเช้าวันอังคารที่ 3 มีนาคม เนื่องจากสายการบินพาณิชย์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ต้องปรับเส้นทางบิน เพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลางที่มีความเสี่ยงสูง
ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการโจมตีทางอากาศและการใช้โดรนโจมตี ทำให้สายการบินนานาชาติเพิ่มมาตรการความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงเส้นทางบินผ่านพื้นที่เสี่ยง
ขณะเดียวกัน สนามบินศูนย์กลางสำคัญในภูมิภาคอ่าวอาหรับหลายแห่ง ยังได้รับผลกระทบ รวมถึง สนามบินดูไบ ที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปกติรองรับเที่ยวบินมากกว่า วันละ 1,000 เที่ยวบิน
ล่าสุดยังคงปิดให้บริการต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 จากสถานการณ์ความขัดแย้ง ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวน นับหมื่นคนตกค้าง และอุตสาหกรรมการบินเผชิญบททดสอบหนักที่สุด นับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19