วันนี้ (3 มี.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันควบคุมตัว นายสนม อายุ 81 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 7 หมายจับ ได้แก่
1. “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยกระทำต่อหน้าธารกำนัล ” ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1208/2569 ลง 27 ก.พ.2569
2. “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีต่อหน้าธารกำนัล โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลนั้น และกระทำการโดยใช้อาวุธ” ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1207/2569 ลง 27 ก.พ.2569
3. “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีต่อหน้าธารกำนัล โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยใช้วัตถุหรีออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลนั้น และกระทำการโดยใช้อาวุธ” ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1205/2569 ลง 27 ก.พ.2569
4. "กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี ต่อหน้าธารกำนัส โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งไม่ใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลนั้น และกระทำการโดยใช้อาวุธ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, วรรคสอง และ วรรค 4 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ.2562 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1206/2569 ลง 27 ก.พ.2569
5. "กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี ต่อหน้าธารกำนัล โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขึนได้ เป็นการกระทำโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งไม่ใช่อวัยวะเพศ ล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลนั้น และกระทำโดยใช้อาวุธ" ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1228/2569 ลง 27 ก.พ.2569
6. “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี ต่อหน้าธารกำนัล โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งไม่ใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลนั้น และกระทำการโดยใช้อาวุธ" ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1227/2569 ลง 27 ก.พ.2569
7. "กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี ต่อหน้าธารกำนัล โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งไม่ใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลนั้น และกระทำการโดยใช้อาวุธ" ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1229/2569 ลง 27 ก.พ.2569
พร้อมของกลาง 2 รายการ ได้แก่ มีดหมอ 1 รายการและ ลูกเหล็ก ลูกการ็อค 1 รายการ โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณบ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนุน อ.สอง จ.แพร่
พฤติการณ์ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ได้กลายเป็นประเด็นร้อนให้สังคมไทยจับตามอง ในกรณี “นายสนม” อายุ 81 ปี สัปเหร่อ ชื่อดังวัดใน จ.อ่างทอง ที่ ถูกกลุ่มหญิงสาวจำนวนมากเข้าร้องเรียนว่าถูกล่อลวงไปทำพิธีแก้คุณไสยอาบน้ำมนต์ภายใน “ห้องดอกแก้ว” ซึ่งตั้งอยู่ภายบริเวณหลังวัด เป็นห้องที่ใช้สำหรับทำพิธีต่าง ๆ แต่กลับแฝงไปด้วยพฤติกรรมอนาจารและการล่วงละเมิดทางเพศต่าง ๆ มากมาย
โดยสำนักดังกล่าวได้ก่อตั้งมานานกว่า 46 ปี และมีพิธีอาบน้ำมนต์ มานานกว่า 30 ปี และอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม
ต่อมาได้มีการขยายผลตรวจค้นพื้นที่บริเวณสถานที่ทำพิธี จนพบร่างทารก และชิ้นส่วนอวัยวะถูกซุกซ่อนฝังเป็นสุสานเถื่อนมากกว่า 170 ศพ ในเขตวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่วัดโดยที่เจ้าอาวาสไม่ทราบเรื่อง และไม่มีการขึ้นทะเบียนการรับศพหรือทำบัญชีคุมตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบที่มา พบว่า เมื่อมีการผ่าเอาเด็กออกจากท้องแม่ที่ตายทั้งกลม นายสนม จะไม่ยอมคืนศพเด็กให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธี โดยมักใช้กลวิธีทางจิตวิทยา และไสยศาสตร์ในการข่มขู่ต่าง ๆ นา ๆ ด้วยการอ้างความเชื่อทางไสยศาสตร์ ว่าศพเด็ก "แรง" หรือ "เฮี้ยน" มาก หากญาตินำกลับไปเอง “จะรับไม่ไหว” หรือ “อาจทำให้ครอบครัวเดือดร้อน อยู่ไม่ได้”
และหากญาติยืนยันจะรับศพเด็กคืน นายสนม จะบอกว่า “ไม่ต้องมาอีก” ตั้งแต่ต้น เพื่อกดดันให้ญาติต้องยอมทิ้งศพไว้ที่นั่น จนนำไปสู่การออกหมายจับในข้อหาหนักทั้งการกระทำอนาจารและความผิดตาม พ.ร.บ. สุสานและฌาปนสถาน
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ (2 มี.ค. 69) กก.2 บก.ป. จึงได้ปฏิบัติการเข้าตรวจค้นจับกุม นายสนม สับเหร่อ อนาจาร โดยได้สืบทราบเบาะแสว่าผู้ต้องหาได้อาศัยรถยนต์ส่วนตัวหลบหนีออกจากพื้นที่ จ.อ่างทอง มุ่งหน้าขึ้นสู่ภาคเหนือเพื่อกบดานอยู่กับกลุ่มลูกศิษย์ที่มีความศรัทธาในวิชาอาคม
เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านพักหลังหนึ่งใน ต.หนุน อ.สอง จ.แพร่ และสามารถบุกรวบตัวนายสนม ได้ พร้อมของกลาง จำนวน 2 รายการ ได้แก่ มีดหมอ 1 รายการและ ลูกเหล็ก ลูกการ็อค 1 รายการ ซึ่งใช้ในการประกอบพิธีกรรม ก่อนจะคุมตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่เหยื่อ และกำจัดขบวนการแสวงหาผลประโยชน์บนความเชื่อผิด ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในศาสนสถานให้หมดไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด
อนึ่ง การกระทำผิดของผู้ต้องหาเป็นความผิดต่างกรรม ต่างวาระ โดย กก.2 บก.ป. ได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินคดีต่อ นายสนม และขออนุมัติหมายจับศาลอาญา 7 หมายจับ จากผู้เสียหายทั้งหมด 7 ราย ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
ผู้เสียหายที่ 1 ให้ข้อมูลว่า ตนเองถูกทักว่ามีเคราะห์หนักและขู่ว่าถ้าไม่ทำพิธีครอบครัวจะอันตราย จึงยอมให้ใช้มีดหมอขูดตามตัวและหน้าอก ถูกใช้นิ้วและสายยางล่วงล้ำอวัยวะเพศ รวมถึงถูกพาเข้าห้องผ่าศพเพื่อโกนขนที่ลับและลูบคลำหน้าอก
ผู้เสียหายที่ 2 ให้ข้อมูลว่า ตนเองถูกขู่เรื่องดวงตกจนต้องยอมเปลือยกายอาบน้ำมนต์ในที่เปิดโล่ง ถูกกระชากผ้าถุง ใช้มีดขูดหน้าอก และใช้นิ้วสอดใส่ล่วงล้ำอวัยวะเพศ ต่อมาถูกพาไปแช่อ่างน้ำศพเพื่อโกนขนที่ลับและล่วงเกินซ้ำ
ผู้เสียหายที่ 3 ให้ข้อมูลว่า ตนเองถูกขู่ว่าถ้าไม่ทำพิธีอาจถึงแก่ชีวิต จึงยอมอาบน้ำมนต์และถูกใช้วัตถุทรงกลมสอดใส่ที่ลับ ถูกมีดหมอขูดตัวในที่เปิดโล่งพร้อมใช้นิ้วล่วงล้ำ และถูกพาเข้าห้องส่วนตัวเพื่อโกนขนที่ลับ และกอดจูบหอมแก้ม
ผู้เสียหายที่ 4 ให้ข้อมูลว่า ตนเองพาศพบุตรสาวไปฝังแต่ถูกข่มขู่ว่าถ้าไม่อาบน้ำมนต์จะไม่รับฝังศพให้ จึงจำใจยอมและถูกใช้วัตถุคลึงตามตัว ใช้มีดขูดหน้าอก และถูกใช้นิ้วสอดใส่ล่วงล้ำอวัยวะเพศทั้งที่มีแผลเย็บจากการคลอดบุตรได้เพียงไม่กี่วัน
ผู้เสียหายที่ 5 ให้ข้อมูลว่า ตนเองถูกขู่เรื่องเคราะห์ร้ายจนยอมอาบน้ำมนต์ ถูกใช้นิ้วและสายฉีดน้ำสอดใส่ล่วงล้ำอวัยวะเพศในที่เปิดโล่ง ต่อมาถูกพาเข้าห้องผ่าศพเพื่อโกนขนลับและขนทวารหนักจนเกลี้ยง ใช้นิ้วล้วงและใช้ผ้าห่อศพคลุมร่างพร้อมเข้ากอดจูบ
ผู้เสียหายที่ 6 ให้ข้อมูลว่า บุตรสาวของผู้เสียหายที่ 6 ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 9 เดือน ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต (ตายทั้งกลม) วัดใน จ.ลพบุรี ปฏิเสธการทำศพอ้างว่า "ต้องผ่าเอาทารกออกจากครรภ์เสียก่อน" อาสากู้ภัย จึงแนะนำให้ผู้เสียหายที่ 6 และญาติ ไปหา นายสนม สัปเหร่อที่ วัด จ.อ่างทอง และทำพิธีผ่าศพใน “ห้องดอกแก้ว” และนำซากทารกไปฝังตามพิธี หลังจากจัดการเรื่องศพเสร็จสิ้น ผู้เสียหายที่ 6 มารดาผู้ตายถูกนายสนม ลวนลามอย่างกระทันหัน ท่ามกลางสายตาของญาติ ๆ ผู้เสียหายที่ 6 ตกใจมากจึงหนีขึ้นรถทันที
ผู้เสียหายที่ 7 ให้ข้อมูลว่า ตนเองพาสามีไปรักษาแต่ถูกขู่ว่ามีวิญญาณผีอยู่ในที่ลับ ต้องอาบน้ำมนต์ 6 รอบ ถูกใช้วัตถุทรงกลมและนิ้วสอดใส่ล่วงล้ำอวัยวะเพศ ถูกมีดหมอขูดตัวและพาเข้าห้องผ่าศพเพื่อโกนขนลับด้วยใบมีดสนิม พร้อมใช้สายฉีดน้ำฉีดล่วงล้ำอย่างรุนแรง
โดยยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท้องที่เพื่อดำเนินคดีกับ นายสนม แล้ว รวมถึง มีนักข่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่า ตนได้ลงพื้นที่ทำข่าว และถูกนายสนม ฉวยโอกาสกระทำอนาจารขณะสาธิตพิธี โดยการล้วงมือเข้าไปในเสื้อเพื่อจับหน้าอก และดมกลิ่นต่อหน้ากล้องที่ตนได้ซ่อนไว้สำหรับเก็บหลักฐาน โดยนักข่าวรายดังกล่าว ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ ไว้แล้ว