“บิ๊กไมค์” ทำหนังสือยืนยัน ไม่สมัครใจโอนไปส่วนราชการอื่น เพราะเป็นตำรวจมานานกว่า 37 ปี ผ่านงานรอบด้าน หากถูกโอนไปหน่วยอื่น เกรงจะไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติ
วันนี้ ( 28 ก.ค. 69 ) พลตำรวจเอกนิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่อง ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น หลังจากมีกระแสข่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จะมีการพิจารณาโยกย้ายข้าราชการตำรวจในระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หรือตำแหน่งว่างในสำนักข่าวกรอง
โดยในหนังสืออ้างถึงมาตรา 93 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ที่ระบุชัดเจนว่า การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่น จะกระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจ และส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ขอรับโอน ทำความตกลงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ส่วนตัว ยังมีอายุราชการเหลืออีก 2 ปี และตลอดระยะเวลาการรับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวม 37 ปี จนมีความเจริญก้าวหน้ามาถึงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งผ่านงานมาอย่างหลากหลาย ทั้งสายงานสืบสวนสอบสวน งานป้องกันปราบปราม และงานอำนวยการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความตั้งใจและทุ่มเท โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อทางราชการ สังคม และประชาชนเป็นสำคัญ รวมทั้ง มีความรู้ความเข้าใจการบริหารงานตำรวจในระดับมหาภาค สามารถบูรณาการระหว่างงานสายปฏิบัติการและงานอำนวยการให้ปฏิบัติงานส่งเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย และปลอดภัย มาใช้ในงานตำรวจได้เป็นอย่างดี
ประกอบกับที่ผ่านมา ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในส่วนราชการอื่นมาก่อน และระยะเวลารับราชการที่เหลืออยู่ หากโอนไปรับราชการในส่วนราชการอื่น ไม่น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าการรับราชการในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป ดังนั้น เมื่อคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการ และความสอดคล้องกับการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลแล้ว จึงขอยืนยันว่า ไม่มีความสมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่นใด