1 ปี คดีอุ้ม ลุงเปี๊ยก บังคับรับสารภาพฆ่า ป้าบัวผัน

View icon 9
วันที่ 4 มี.ค. 2569 | 07.04 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - คดีลูกน้องตำรวจคลุมถุงดำบังคับ "ลุงเปี๊ยก" ให้สารภาพคดีฆ่า "ป้าบัวผัน" เรื่องนี้อยู่ในมือ DSI และได้ส่งสำนวนให้อัยการคดีพิเศษไปแล้ว แต่เหมือนจะมีความเห็นออกมาว่า ไม่สมควรฟ้องผู้ต้องหาบางราย และ อธิบดี DSI ก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้

คดี นายปัญญา หรือ "ลุงเปี๊ยก" ที่ถูกตำรวจ สภ.อรัญประเทศ 8 นาย ดำเนินคดีโดยไม่ชอบด้วยการใช้ถุงดำคลุมศีรษะ แล้วปรับอุณหภูมิแอร์ให้หนาวเย็น เพื่อให้ ลุงเปี๊ยก รับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุฆ่า "ป้าบัวผัน" ที่ต่อมาถูกคลี่คลายว่าเป็นการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาผิดตัว เพราะคนที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น จนทำให้คดีพลิก จากตำรวจชุดสืบสวนกลายเป็นผู้ต้องหาที่ต้องถูกดำเนินคดีแทน ตามความผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ

ต่อมา 9 พฤษภาคม 2567 ตำรวจทั้ง 8 นาย ก็มาพบ DSI เพื่อรับทราบข้อหา และอีก 3 เดือนต่อมา ก็ได้ส่งสำนวนไปให้อัยการพิจารณา

จุดที่มีประเด็น คือ วันที่ 19 สิงหาคม ปีที่แล้ว พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 ได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง "ผู้กำกับการ สภ.อรัญประเทศ" และได้ทำหนังสือสอบถามมายังอธิบดี DSI และมีรายงานข่าวว่า ได้มีความเห็นพ้องกับพนักงานอัยการฯ ที่จะสั่งไม่ฟ้องเช่นกัน

สอบถามเรื่องนี้กับ พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ โฆษก DSI บอกว่า กระบวนการดังกล่าวเป็นขั้นตอนตามปกติ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีพิเศษตามปกติ ที่อัยการสูงสุดไม่ได้เป็นคนสั่งคดีเอง จึงต้องสอบถามความเห็นมายังอธิบดี DSI หากเห็นด้วยก็จะส่งความเห็นไปยังพนักงานอัยการ เพื่อให้ส่งฟ้องได้ทันที แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็ต้องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด

โฆษก DSI ยอมรับว่า ปกติแล้ว อัยการก็จะมีมุมมองทางคดีไม่เหมือนกับพนักงานสอบสวน ซึ่งอาจมีเหตุผลในการอ้างถึงคดีอื่น หรือกฎหมาย หรือยกคำพิพากษาฎีกามาประกอบการพิจารณา ดังนั้น เมื่อรับสำนวนคดีกลับมาแล้ว ถึงมีความเห็นว่ามีผู้ต้องหาบางรายและบางข้อกล่าวหาที่ต้องเสนอ "อัยการสูงสุด" เป็นผู้ชี้ขาด

ปัจจุบัน "ลุงเปี๊ยก" ยังอยู่ในกระบวนการคุ้มครองพยานของ DSI หลังเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูอาการจากการดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นเวลานาน และยังต้องรอต่อไปจนกว่าคดีนี้จะเข้าสู่ชั้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ รอให้ศาลฯ พิจารณามีความเห็นสั่งฟ้องผู้กระทำความผิดหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง