สนามข่าว 7 สี - มีคดีอุ้มฆ่าสุดอุกอาจเกิดขึ้นกลางกรุง ผู้ร่วมก่อเหตุมีด้วยกัน 9 คน จับได้แล้ว 7 คน เหลือ 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือตัวการสำคัญ คือ ผู้จ้างวาน
ต้องปิดเงียบมาเป็นเวลานาน เพราะชุดสืบสวนขอทำงานแบบเงียบ ๆ เนื่องจากคดีนี้ ตัวการสำคัญเป็นทหารสังกัดหน่วยงานหนึ่ง ที่มีการว่าจ้างผู้ต้องหารายอื่น ๆ เป็นทอด ๆ อีกทั้งตอนนั้น นายรุทธ์ หรือ ท๊อป ผู้จัดการแผนกห้องแล็บอุตสาหกรรมที่ถูกอุ้มหาย ก็ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร จึงถูกขอความร่วมมือให้งดการนำเสนอข่าวนี้ชั่วคราว
กระทั่งเมื่อวานนี้ ชัดเจนแล้วว่า นายรุทธ์ น่าจะเสียชีวิตในบ้านร้างกลางป่า พื้นที่ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี แพทย์เวรชันสูตรพบว่า ศพที่เจอฟันบนหัก 4 ซี่ กรามหัก ตามร่างกายถูกไฟเผา มีผ้าปิดตาปิดปาก มัดข้อเท้าข้างหนึ่ง มือซ้ายถูกมัดไพล่หลัง ส่วนแขนขวาหาย สันนิษฐานว่าอาจถูกสัตว์กัดแทะ
คดีนี้เริ่มจากแม่ของผู้เสียชีวิตเข้าแจ้งความคนหายกับตำรวจ สน.สุทธิสาร วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พบลูกชายครั้งสุดท้ายวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 05.45 น. จากนั้นตำรวจพบเบาะแสว่า มีกลุ่มคนร้ายร่วมกันนำตัว นายรุทธ์ ขึ้นรถยนต์อเนกประสงค์ ออกจากร้านบ่อตกกุ้ง กลางซอยรัชดาภิเษก 18 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เวลาประมาณ 06.30 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์
โดยพฤติการณ์คนร้ายจะทำเป็นขั้นตอน ซึ่งวันเกิดเหตุ นายรุทธ์ ขับรถยนต์มาถึงทางเข้าร้านบ่อตกกุ้ง ปรากฏว่ามีคนร้ายทำทีขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถนายรุทธ์ จากนั้นคนร้ายบอกให้นายรุทธ์ขับรถยนต์เข้าไปจอดในลานจอดรถร้านบ่อตกกุ้งเพื่อเคลียร์ปัญหา
พอ นายรุทธ์ ขับรถยนต์เข้ามา ต่อมามีกลุ่มคนร้ายอีกชุดขับรถยนต์อเนกประสงค์มาประกบข้าง แล้วบังคับพาตัว นายรุทธ์ ขึ้นรถ ก่อนขับออกจากร้านบ่อตกกุ้ง
ต่อมา ฝ่ายสืบสวนเชิญตัวแฟนสาวของ นายรุทธ์ ที่คบหากันประมาณ 6 เดือน ซึ่งเธออาศัยอยู่คอนโดมิเนียมย่านสุทธิสารมาสอบปากคำ จนทราบว่า มีผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 9 คน
นอกจากนี้ ตำรวจยังสืบทราบว่า วันเกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายแบ่งเป็น 2 ชุด กลุ่มแรกไปลักพาตัว นายรุทธ์ ผู้เสียชีวิต จากร้านบ่อตกกุ้ง ไปกักขังในพื้นที่ จังหวัดสมุทรปราการ จากนั้นชุดที่ 2 นำตัว นายรุทธ์ ไปกักขังในบ้านร้างกลางป่า พื้นที่ ตำบลชัยนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ก่อนลงมือทำร้ายเสียชีวิต และเผาทำลายศพเพื่ออำพรางคดี ซึ่งชุดสืบสวนใช้เวลาสืบกว่า 10 วัน กว่าจะพบศพ
หลังเกิดเหตุ ตำรวจตามจับผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน ยังหลบหนีอีก 2 คน ซึ่งคนที่หลบหนี หนึ่งในนั้น คือ ผู้จ้างวานฆ่า คือ ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ เป็นกำลังพลสังกัด กอ.รมน
ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากเรื่องชู้สาว เนื่องจากชุดสืบสวนสืบทราบผู้เสียชีวิตคบหากับแฟนเก่าของ ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ อาจทำให้โกรธแค้นและจ้างวานฆ่า
นอกจากนี้ ตำรวจพบคลิปลับของผู้เสียชีวิตกับหญิงสาวหลายคนในโทรศัพท์มือถืออีกด้วย และวันนี้จะมีการประชุมคดีที่ สน.สุทธิสาร
โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ออกแถลงชี้แจงกรณีสื่อออนไลน์โพสต์ข้อความระบุว่า ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ เป็นกำลังพลในสังกัด กอ.รมน. และเกี่ยวข้องกับแก๊งอุ้มฆ่า ทีมโฆษก กอ.รมน. ยืนยันว่า จากการตรวจสอบข้อมูลประวัติและบัญชีกำลังพลอย่างละเอียดแล้ว พบว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่กำลังพล หรือมวลชนในสังกัด และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับ กอ.รมน. ทั้งสิ้น โดยข้อมูลและภาพที่เผยแพร่อาจเกิดจากความเข้าใจผิด หรือเป็นการแอบอ้าง
ทั้งนี้ กอ.รมน. อยู่ระหว่างติดตามข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำชัด หากตรวจสอบพบว่าเป็นการแอบอ้างเพื่อสร้างความเสื่อมเสียให้หน่วยงาน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ต่อมาทางเพจบิ๊กเกรียน โพสต์ภาพพร้อมระบุว่า ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ หรือ อาร์ท ผู้ต้องหาตามหมายจับ อุ้ม-ฆ่า ไม่ได้เป็นทหารแต่อย่างใด เป็นเพียงจิตอาสา ภาค1 รุ่น 2(1-2ก121) พฤติกรรมของผู้ต้องหาเป็นการกระทำส่วนบุคคล มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรแต่ประการใด มีประวัติคดีอั้งยี่ซ่องโจร สน.จักรวรรดิ และคดีขับรถชนแล้วหลบหนี สน.ยานนาวา
ส่วน ก่อนหน้าที่ บิ๊กเกรียน ลงภาพไป ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ เนื่องจากมีภาพคู่ปรากฏทำงานช่วยเหลือสังคม