พลทหารวัย 20 เกิดอุบัติเหตุ จนสมองตาย แม่ตัดสินใจบริจาคอวัยวะ เพื่อไปช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่นให้มีชีวิตรอด หวังเป็นบุญใหญ่ติดตัวลูกชายครั้งสุดท้าย
เวลา 08.45 น.วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่สนามบินสุรินทร์ภักดี เครื่องบินส่วนตัว private jet ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบเครื่องบินอาสาสภากาชาดไทย เดินทางมารับอวัยวะที่ จ.สุรินทร์ ในภารกิจหัวใจติดปีก เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีชีวิตรอด โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นพ.ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับคณะแพทย์
โดยการปฏิบัติภารกิจหัวใจติดปีกครั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ได้มาด้วยตัวเองเพราะติดภาระกิจ จึงมอบให้เจ้าหน้าที่ของนายกฯทำหน้าที่นักบินอาสา สภากาชาดไทย
ซึ่งการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 ในระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และได้ทำภารกิจ "ไฟลท์บุญ ไฟลท์ชีวิต" ไปแล้วกว่า 80 เที่ยวบิน ช่วยเหลือผู้ป่วยไปแล้วมากกว่า 200 ชีวิต จนเคยได้รับปีกกิตติมศักดิ์จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และโล่ประกาศเกียรติคุณจากสภากาชาดไทย ซึ่งการปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดอุดรธานีครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สาม ในการปฏิบัติภารกิจหัวใจติดปีก หลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
สำหรับอวัยวะที่บริจาคในครั้งนี้ เป็นของผู้เสียชีวิตคือผู้บริจาคอวัยวะ และดวงตา รายที่ 8/2569 ของพลทหารภูวนัย ปทุมทองอายุ 20 ปี ซึ่งได้ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 มีภาวะสมองตาย ด้านคุณแม่นางน้ำทิพย์ ปทุมทองอายุ 43 ปี จึงตัดสินใจอยากทำบุญครั้งใหญ่ให้กับลูกชาย โดยการบริจาคอวัยวะภายในเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้รอดชีวิต เพื่อเป็นการทำบุญครั้งใหญ่ให้กับลูกชาย โดยผ่าตัดวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ซึ่งอวัยวะที่ได้ หัวใจ ตับ ไต 2ข้าง และดวงตาซ้าย 1 ข้าง โดยสามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ถึง 5 ชีวิต ทั้งนี้เครื่องบินส่วนตัว private jet จะเดินทางกลับโดยเครื่องบินส่วนตัว private jet ในเวลา 11.30 น. เพื่อนำอวัยวะที่ได้รับบริจาคกลับไปช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป
นางน้ำทิพย์ ปทุมทองอายุ 43 ปี (แม่พลทหารที่ได้บาดเจ็บและบริจาคอวัยวะภายใน) ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ลูกชายตนนั้นประจำอยู่ที่กาญจนบุรีค่ายสุรสีห์ ร.19 และได้ขึ้นมาประจำการอยู่ที่ปราสาทตาควายได้ประมาณ 9 เดือนแล้วเป็นตำแหน่งทหารปืน ค. โดยเมื่อคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นั้นลูกชายได้ขับรถมอเตอร์ไซค์พร้อมกับซ้อนเพื่อนทหารไปอีก 1 คน เกิดอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาบ้านได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ จนปัจจุบันนี้ลูกชายตนก็ยังไม่ฟื้น มีสภาวะสมองตาย ตนจึงได้ตัดสินใจทำบุญใหญ่ให้กับลูกชายเพื่อจะได้เป็นบุญติดตัวเพราะลูกชายอายุเพียง 20 ปีเศษเท่านั้นได้เสียชีวิตไปด้วยอายุที่ยังน้อยอยู่ ตนจึงอยากให้ลูกมีบุญติดตัวไปในชาติหน้าจะได้มีอายุยืนยาว จึงตัดสินใจมอบอวัยวะภายในที่ใช้ได้ให้กับผู้ป่วยที่รอความหวังการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ โดยหวังเป็นการสร้างกุศลให้กับลูกชาย นางน้ำทิพย์ยังกล่าวอีกว่าตนนั้นเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและมีลูกชายเพียงคนเดียว ตนนั้นทำใจได้แล้วจึงตัดสินใจมอบอวัยวะของลูกชายเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไป