กุศลแรง พ่อ-แม่ บริจาคอวัยวะลูกชายวัย 28 ปี ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต นำลิ้นหัวใจ ไต กระจกตา ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยได้ 5 ราย
วันนี้ (23 มี.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ นายแพทย์กอบชัย จิรชาญชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ได้มอบเกียรติบัตรและหรีดเคารพศพของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และศูนย์บริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ให้แก่ นายสุรกิจ คำโยก อายุ 28 ปี ที่เสียชีวิตและได้บริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นได้อีกถึง 5 คน โดยมี นายณพสิษฐ์ กัลยาประสิทธิ์ อายุ 51 ปี และนางน้ำอ้อย จุลบุษปะ อายุ 49 ปี พ่อและแม่ของผู้เสียชีวิตเป็นตัวแทนรับมอบ
นายแพทย์กอบชัย กล่าวว่า คนไข้มาด้วยอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์เก๋ง ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีเลือดออกในสมอง รวมทั้งสมองก้านสมองได้รับการกระทบกระเทือนทำให้ไม่สามารถผ่าตัดได้ ต่อมาคนไข้มีอาการสมองตาย ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่พยาบาลศูนย์บริจาคอวัยวะโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ จึงได้เข้าไปพูดคุยกับญาติถึงโครงการบริจาคอวัยวะเพื่อไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ พ่อกับแม่ของคนไข้ยินดีที่จะบริจาคอวัยวะของลูกชาย โดยสามารถได้อวัยวะประกอบด้วยลิ้นหัวใจ ไต 2 ข้าง กระจกตา 2 ข้าง ซึ่งสามารถนำไปต่อชีวิตและทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะได้ถึง 5 คน
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เปิดเผยอีกว่า การปลูกถ่ายอวัยวะเป็นโครงการหนึ่งที่สำคัญของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งในอนาคตข้างหน้ามีความจำเป็นอย่างมาก และต้องขยายให้คลอบคลุม เพราะยังมีผู้ป่วยที่รอคอยการปลูกถ่ายอวัยวะเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อแบบเดิมและรู้สึกไม่สบายใจที่จะต้องบริจาคอวัยวะ และมีความเชื่อว่าหากบริจาคอวัยวะไปแล้วเกิดชาติหน้าก็จะไม่มีอวัยวะนั้น ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด เพราะการบริจาคอวัยวะถือว่าเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ สามารถต่อชีวิตคนไข้ หรือทำให้ผู้ที่มองไม่เห็นกลับมามองเห็นได้ โดยเฉพาะในอนาคตสังคมไทยจะเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้สูงอายุส่วนมากจะประสบปัญหาเรื่องไต มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องได้รับการปลูกถ่ายไต หากมีผู้บริจาคมากเท่าไหร่ก็จะสามารถต่อชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้นเท่านั้น
ด้านนายณพสิษฐ์ พ่อของผู้บริจาคอวัยวะ เปิดเผยว่า ลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัว มีอาชีพเป็นลูกจ้างในร้านอาหารกลางคืนแห่งหนึ่งในตัวเมืองเพชรบูรณ์ หลังเลิกงานประมาณตี 2 ก็จะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านกว่าจะถึงบ้านก็ประมาณตี 3 เงินเดือนก็จะนำมาใช้จ่ายในครอบครัวและดูแลน้องที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.1
ส่วนเหตุการณ์อุบัติเหตุเกิดขึ้นวันที่ 21 มี.ค.69 ขณะที่ลูกชายกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลังเลิกงานได้ชนกับรถเก๋งจนทำให้ลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์แจ้งว่ามีเลือดคั่งในสมองและสมองตาย ต่อมามีเจ้าหน้าที่มาพูดคุยเรื่องการบริจาคอวัยวะตนจึงปรึกษากับภรรยา และตกลงยินดีที่จะบริจาคอวัยวะของลูกชายเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้อื่น และหวังว่าบุญกุศลของการบริจาคอวัยวะในครั้งนี้จะส่งผลบุญให้ลูกชายไปสู่ภพภูมิที่ดี เกิดชาติหน้าจะได้ไม่ต้องลำบากเหมือนพ่อ-แม่ สำหรับศพของลูกชายจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดในหมู่บ้านและจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 26 มี.ค.นี้