อดีตพี่เขย ทราม! อ้างให้มาเลี้ยงเลี้ยงหลาน ก่อนย่ำยีน้องเมียวัย 15 ปี เชื่อแค้นพี่สาว ที่เลิกกันไปแบบไม่ดี

อดีตพี่เขย ทราม! อ้างให้มาเลี้ยงเลี้ยงหลาน ก่อนย่ำยีน้องเมียวัย 15 ปี เชื่อแค้นพี่สาว ที่เลิกกันไปแบบไม่ดี

View icon 15
วันที่ 4 มี.ค. 2569 | 17.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
4 มี.ค. 69 เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. "ต้นอ้อ" ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ”ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” มูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้พาสองพี่น้องชาว สปป.ลาว คือ น.ส.ฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี และน้องสาวชื่อ น้อย (นามสมุมติ) อายุ 15 ปี ที่ถูกอดีตพี่เขย ซึ่งเป็นคนไทยล่วงละเมิดทางเพศ เดินทางมายังสำนักงานเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวนครพนม (บพด.) กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อแถลงถึงเรื่องราวดังกล่าว โดยมี นายวีระศักดิ์ ทิพย์วงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ร่วมรับฟังด้วย
         
โดยเจ้าหน้าที่ได้แยกน้องแดงผู้ถูกกระทำไปไว้อีกห้องหนึ่ง เพราะไม่อยากให้เด็กได้รับรู้เรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตนเองอีก แต่จะมีพี่สาวคือ น.ส.ฟ้าเป็นผู้เล่าเหตุการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ฟังเป็นเบื้องต้น

ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง กล่าวว่า สองพี่น้องเป็นคนเมืองไกสอน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ได้ร้องขอความเป็นธรรมมายังมูลนิธิเป็นหนึ่ง เนื่องจากน้องสาวอายุ 15 ปี ถูกอดีตพี่เขยบีบคอทำร้ายร่างกายและข่มขืน ในช่วงเวลาประมาณตี 3 ของวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ในบ้านของผู้ถูกกล่าวหา

ด้าน น.ส.ฟ้า เผยว่า ได้ลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย ตั้งแต่อายุแค่ 15 ปี และอยู่กินฉันสามีภรรยากับนายเสือ (นามสมมุติ) ที่เป็นคนไทย จนมีลูกสาวด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 7 ขวบและคนเล็กอายุ 4 ขวบ ต่อมาได้เลิกกันแบบไม่ค่อยดีเท่าไร ตนจึงหอบเสื้อผ้าออกมาเช่าบ้านอยู่ แต่ไม่ไกลจากบ้านอดีตสามี เป็นเวลา 2 ปีแล้ว ซึ่งฝ่ายชายรับเลี้ยงดูลูกทั้งสอง ส่วนตนก็ไปเป็นเด็กนั่งดริงก์ที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง และได้สามีใหม่

ก่อนเกิดเหตุ ประมาณสองสัปดาห์ อดีตสามีได้ติดต่อไปยังพ่อแม่ของตนที่อยู่ สปป.ลาว ผ่านทางเฟซบุ๊ก เสนอให้น้องสาวตนคือ น.ส.น้อย มาช่วยเลี้ยงหลาน จะได้มีค่าขนมเดือนละ 2,000-3,000 บาท เพราะอยู่ที่ฝั่ง สปป.ลาว ก็ไม่ได้เรียนหนังสือ ผู้เป็นแม่ก็หวังดี ให้น้องสาวไปช่วยเลี้ยงหลานให้พี่สาว แต่ตนพยายามห้ามว่า อย่ามาเด็ดขาด เพราะชีวิตคู่กับเขาจบกันไม่ดี กลัวน้องจะเกิดอันตราย แต่ทางแม่ก็ยังยืนยันให้น้องสาวข้ามมาฝั่งไทย ยอมรับว่าข้ามมาโดยผิดกฎหมาย 

จากนั้น อยู่ได้เพียง 2 สัปดาห์ ก็เกิดเหตุขึ้น โดยในคืนวันเกิดเหตุ ขณะตนทำงานอยู่ น้องสาวได้เดินมาหาและร้องไห้ บอกว่าโดนสามีเก่าของตน บีบคอและข่มขืน ตนจึงโทรไปหาอดีตสามีว่า “ทำไมทำกับน้องกูแบบนี้ เขาคือเด็กบริสุทธิ์ ไม่เคยมีแม้กระทั่งแฟน มาย่ำยีน้องกูทำไม” ฝ่ายอดีตสามีตอบมาว่า เดี๋ยวหาเงินไปสู่ขอ ซึ่งตนไม่ต้องการ และได้พูดต่อว่า “แค้นเค้าไม่มาลงที่เค้า ทำไมวางแผนเอาน้องมาข่มขืนแบบนี้”

จากนั้น ได้โทรไปที่ สภ.ธาตุพนม เพื่อปรึกษาในการจะดำเนินคดีอดีตสามี ขณะจะแจ้งรายละเอียดว่า บ้านฝ่ายชายอยู่ตรงไหน เหตุเกิดอย่างไร ตำรวจผู้รับโทรศัพท์ตอบสวนกลับมาว่า ตำรวจต้องจับคุณกับน้องสาวกลับประเทศ เพราะมาไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ต้องจับส่งกลับประเทศ ตนจึงตอบกลับไปว่ายอมกลับประเทศ แต่ขอความเป็นธรรมให้น้องสาวก่อนได้ไหม จะให้ผู้กระทำลอยนวลไปแบบนี้ โดยที่ไม่มีความผิดเลยหรืออย่างไร

พอเช้าวันต่อมา มีชายกลุ่มชาย อ้างเป็นตำรวจร่วมกับนักข่าวไม่ทราบสังกัด มาที่บ้านอดีตสามี เจตนาเพื่อมาจับตนกับน้องสาวส่งกลับประเทศ โดยไม่มีการสอบถามหรือช่วยเหลือในทางคดี ตนและน้องจึงพากันหลบหนีไปอยู่ที่อื่น ก่อนจะร้องขอความเป็นธรรมไปยังมูลนิธิเป็นหนึ่ง

ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง กล่าวเสริมว่า เบื้องต้นจะใช้ที่ว่าการอำเภอธาตุพนม เป็นที่แถลงข่าว ต่อหน้านายอำเภอ แต่ห้องประชุมไม่ว่างจึงเปลี่ยนมาใช้สถานที่เทศบาลตำบลธาตุพนม เพราะสองพี่น้องไม่มั่นใจเจ้าหน้าที่บางหน่วยงาน และมีความกลัวว่าจะถูกส่งกลับประเทศ โดยผู้ก่อเหตุยังลอยนวล

ขณะที่ บ้านพักเด็กฯ นครพนม ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้เสียหาย ด้วยการนำตัวสองพี่น้องไปอยู่ในความดูแล พร้อมเป็นธุระในการพาไปตรวจร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ส่วนกรณีที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายนั้น จะประสานไปยังทางยังสำนักตรวจคนเข้าเมือง เพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยไม่ไปขัดกับกฎหมาย

จากนั้น ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ได้พา น.ส.ฟ้า ไปพบกับ พ.ต.ท.วิศาล ใจศิริ รอง ผกก.สอบสวน สภ.ธาตุพนม เพื่อแจ้งความเป็นเบื้องต้นแทนน้องสาว ที่ต้องสอบสวนต่อหน้าสหวิชาชีพ เนื่องจากผู้เสียหายยังเป็นเยาวชน ซึ่งพนักงานสอบสวน ยืนยันสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้แน่นอน

ด้าน พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ธาตุพนม เปิดเผยว่า ในเบื้องต้น จากการสอบถามร้อยเวร ยังไม่มีการแจ้งความใดๆ แม้จะผ่านมาเกือบสัปดาห์ ถ้าหลักฐานไปถึงไหนก็ดำเนินคดีได้ โดยเฉพาะทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเบื้องต้นจะไปเชิญตัวนายเสือ ผู้ถูกกล่าวหามาสอบถามข้อเท็จจริง ถ้าไม่มาก็จะออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง