ลูกตายที่อิสราเอล แม่เชื่อหัวใจล้มเหลวเพราะตกใจสงคราม

ลูกตายที่อิสราเอล แม่เชื่อหัวใจล้มเหลวเพราะตกใจสงคราม

View icon 60
วันที่ 4 มี.ค. 2569 | 18.28 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แม่อายุ 72 ปี ชาวขอนแก่น สูญเสียลูกชายซึ่งไปเป็นแรงงานไทยในอิสราเอลด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว คาดว่าตกใจจนช็อกหลังวิ่งหลบเข้าบังเกอร์ขณะเกิดสงคราม

(4 มี.ค. 69) ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 6 บ้านดอนแก่นเฒ่า ตำบลนางาม อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนางสมภาร อายุ 72 ปี มารดาของนายอำนาจ อายุ 34 ปี แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานด้านการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา         

นางสมภาร เล่าว่า นายอำนาจ ลูกชายคนสุดท้อง ได้เดินทางไปทำงานอยู่ทางภาคใต้ของประเทศอิสราเอล เมื่อปี 2024 ได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 40,000–50,000 บาท รวมระยะเวลาทำงานประมาณ 1 ปี 4 เดือนก่อนเสียชีวิต การเดินทางไปทำงานต่างประเทศครั้งนี้ นายอำนาจได้กู้เงินจำนวน 260,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เมื่อมีรายได้ก็ส่งเงินมาให้ภรรยาเพื่อนำไปชำระหนี้ ปัจจุบันชำระหนี้ไปเกือบหมดแล้ว เหลือค้างชำระประมาณ 40,000 บาท โดยมีความตั้งใจว่าเมื่อปลดหนี้หมดแล้วจะซื้อรถไถนาไว้ประกอบอาชีพที่บ้านเกิด  

หลังจากเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล นายอำนาจจะโทรศัพท์มาหาแม่ทุกวัน และย้ำเสมอให้แม่ดูแลสุขภาพ รอวันที่ลูกจะกลับมา ห้ามตาย และลูกชายคนนี้เป็นเสาหลักในการดูแลครอบครัว ส่งเงินให้แม่ใช้ตลอด ล่าสุดได้พูดคุยกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นการสนทนาตามปกติ ไม่มีสิ่งบอกเหตุร้ายใด ๆ กระทั่งวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ รอการติดต่อจากลูกชายทั้งวัน เพราะวันหวยออกลูกชายจะโทรมาหาทุกครั้ง แต่วันเกิดเหตุไม่มีโทรศัพท์ลูกชายเข้ามา จึงโทรกลับไปแต่ไม่มีผู้รับสาย อย่างไรก็ตามยังไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งเวลา 22.00 น. ของวันเดียวกัน ลูกสะใภ้โทรศัพท์มาแจ้งว่านายอำนาจเสียชีวิตแล้ว พอได้รับทราบก็ตกใจอย่างมาก

โดยทราบว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายอำนาจถูกสุนัขกัดและได้ไปพบแพทย์ รับการฉีดยา 1 เข็ม จากนั้นกลับที่พัก โดยแพทย์แจ้งว่าหากมีอาการวิงเวียนศีรษะหรือหน้ามืดให้รีบกลับไปพบแพทย์ ซึ่งภายหลังฉีดยาไม่มีอาการผิดปกติและยังทำงานตามปกติ ต่อมาวันเสาร์เป็นวันหยุด นายอำนาจพักอยู่ในแคมป์คนงาน กระทั่งวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันทำงาน ได้แจ้งเพื่อนร่วมงานว่ามีอาการมึนศีรษะ เวียนหัว จึงขอหยุดงาน ขณะเดียวกันในช่วงเช้าวันเดียวกันเกิดเหตุสงครามขึ้น นายอำนาจได้วิ่งเข้าไปหลบภัยในหลุมหลบภัยพร้อมกับภรรยาของนายจ้าง เมื่อเหตุการณ์สงบจึงกลับมายังที่พัก           

ภรรยานายจ้างให้ข้อมูลว่า ได้ยินเสียงร้องจากบริเวณแคมป์ที่พัก แต่คิดว่าเป็นเสียงแมวจึงไม่ได้ใส่ใจ จนกระทั่งเวลา 17.00 น. ตามเวลาประเทศอิสราเอล หรือประมาณ 22.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย เพื่อนร่วมงานเลิกงานกลับมาไม่พบนายอำนาจ จึงช่วยกันออกตามหา และพบร่างนายอำนาจเสียชีวิตภายในห้องน้ำ ในสภาพเปลือย หลังพิงผนัง คอพับพาดอยู่ที่ชักโครก และร่างแข็งตัวแล้ว จึงรีบแจ้งภรรยาให้ทราบ และภรรยาได้โทรศัพท์แจ้งมารดาในประเทศไทยดังกล่าว ส่วนตัวสันนิษฐานว่าที่ลูกชายหัวใจล้มเหลวนั้น เนื่องจากจะช็อกกับเหตุการณ์ที่วิ่งหนีหาที่หลบภัยเนื่องจากเกิดสงคราม พอสงครามเริ่มคลี่คลายก็ออกมาด้านนอนก แล้วเกิดอาการช็อก ร้อนทั้งตัวจนถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้วจะไปอาบน้ำ กระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว            

ทั้งนี้ ได้แจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทย รวมถึงแจ้งนายหน้าจัดหางานและนายจ้างของผู้ตายแล้ว ซึ่งทุกฝ่ายแสดงความพร้อมให้ความช่วยเหลือในการดำเนินการนำศพกลับประเทศไทย แต่ยังติดปัญหาด้านการเดินทางภายในประเทศอิสราเอลที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย เมื่อมีสัญญาณเตือนภัยต้องเข้าหลบในหลุมหลบภัย ส่งผลให้ครอบครัวเกิดความวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการนำร่างกลับบ้านเกิด ตอนนี้รอเผาศพลูก อยากรับศพลูกมาทำพิธีทางศาสนาที่บ้าน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง