นายกฯ เชิญ วันนอร์ หารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง มองต้องเร่งตั้งรัฐบาล สร้างความน่าเชื่อถือ เดินหน้าแก้เศรษฐกิจ

นายกฯ เชิญ วันนอร์ หารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง มองต้องเร่งตั้งรัฐบาล สร้างความน่าเชื่อถือ เดินหน้าแก้เศรษฐกิจ

View icon 35
วันที่ 5 มี.ค. 2569 | 12.08 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นายกฯ เชิญ วันนอร์ ขึ้นตึกไทยคุยสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำไทยวางตัวเป็นกลาง มองต้องเร่งตั้งรัฐบาล สร้างความน่าเชื่อถือ เดินหน้าแก้เศรษฐกิจ

วันนี้ (5 มี.ค.69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้สักการะองค์นรสิงห์จำลอง ซึ่งปฏิบัติเป็นปกติทุกวัน จากนั้นนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะพานายวันมูหะมัดนอร์  มะทา อดีตประธานรัฐสภา เข้าพบนายกรัฐมนตรีพบตึกไทยคู่ฟ้า

โดยนายวันนอร์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเชิญตนมาหารือถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม แต่อาจจะมีผลกระทบ ในฐานะที่ตนพอจะรู้เรื่องประเทศมุสลิม นายกฯ จึงเชิญมาหารือว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังระบุอีกว่า ชาวมุสลิมในประเทศไทยไม่ต้องกังวลอะไร เนื่องจากประเทศเรามีกำหนดท่าทีที่เป็นกลาง  และเราพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของสหประชาชาติ และอาเซียน เราไม่มีปัญหา เพราะสนับสนุนการเจรจา เพื่อให้เกิดสันติภาพ

เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ไม่มีใครทราบได้ เพราะเป็นเรื่องของ 2-3 ประเทศที่เกี่ยวข้อง แต่การกำหนดท่าทีของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในประเทศเหล่านั้นให้มีความปลอดภัย หรือประชาชนมีความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องรีบดูแล และมองว่าขณะนี้ทางอาเซียนมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศแล้ว ซึ่งมีการวางท่าทีและบทบาทที่เหมาะสม รวมไปถึงเป็นประโยชน์ต่ออาเซียน

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังเชื่อว่า หลายประเทศพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือคนไทย เพราะทุกครั้งที่เกิดปัญหาทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สันติสุขสันติภาพ และเราไม่มีปัญหากับประเทศใด เขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันนายวันมูหะมัดนอร์ ยังระบุอีกว่า คนไทยส่วนใหญ่ที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง 80% เป็นนิกายสุหนี่ แต่อิหร่านเป็นนิกายชีอะห์ กว่า 90% ซึ่งความเห็นในด้านศาสนาจะแตกต่าง แต่ความเป็นอยู่ก็ใกล้เคียง ไม่ได้มีความขัดแย้งในทางนิกายที่จะนำไปสู่ความไม่สงบสุขได้ อยู่ด้วยกันได้ไม่มีปัญหา ซึ่งในประเทศไทยเองนิกายชีอะห์มีอยู่ประมาณ 10 %

เมื่อถามว่า มีการหารือเรื่องงานในสภาด้วยหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ กกต.รับรอง สส.เขต และบัญชีรายชื่อครบแล้ว นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี แต่คิดว่างานสภาไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะขณะนี้ กกต. รับรอง สส.ครบถ้วน และพร้อมที่จะเปิดสภาแล้ว ซึ่งตามขั้นตอนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะทำหนังสือถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อกราบบังคมทูลฯ เปิดสมัยประชุม โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องปฏิญาณตนก่อนปฎิบัติหน้าที่

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาชาติเข้าร่วมรัฐบาล จะมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งอย่างไร นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เราฟังเสียงประชาชน และเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ประชาชนเลือกมากที่สุดมาเป็นอันดับหนึ่ง จึงเป็นหน้าที่พรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล และมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และเมื่อเกิดการสู้รบในตะวันออกกลางยิ่งต้องจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็ว เพราะการเจรจาในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการอาจจะลดความเชื่อถือลง

ส่วนไทม์ไลน์การเปิดประชุมสภานั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภากับรัฐบาล เนื่องจากต้องมีการกราบบังคมทูลฯ ไม่สามารถกำหนดเองได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง