จับสึกกลางด่าน พระวัย 63 ปี ขับรถสวมทะเบียน ไร้ใบขับขี่ ค้นมือถือเจอคลิปอนาจารอื้อ พบพฤติกรรมไม่เหมาะสม

จับสึกกลางด่าน พระวัย 63 ปี ขับรถสวมทะเบียน ไร้ใบขับขี่ ค้นมือถือเจอคลิปอนาจารอื้อ พบพฤติกรรมไม่เหมาะสม

View icon 37
วันที่ 25 มิ.ย. 2569 | 16.33 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (25 มิ.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายสวัสดิ์ อายุ 63 ปี 

พร้อมด้วยของกลาง

1. รถยนต์ส่วนบุคคล สีน้ำเงิน  จำนวน  1  คัน
2. แผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 แผ่น
      
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บนถนน ทล.1 กม.688 ต.วังพร้าว อ.เกาะคา จ.ลำปาง
      
พฤติการณ์ในแห่งคดี ตำรวจทางหลวงลำปางได้ตั้งจุดตรวจ บริเวณ ถนน ทล.1 กม.ที่ 688 ต.วังพร้าว อ.เกาะคา จ.ลำปาง พบรถยนต์ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง ด้านหน้าติดป้ายหมายเลขทะเบียน ขับผ่านมา จึงได้เรียกรถดังกล่าวหยุดเพื่อตรวจสอบ พบว่าผู้ขับขี่เป็นพระสงฆ์ ชื่อพระสวัสดิ์ อ้างว่าอยู่วัดแห่งหนึ่งใน จ.หนองคาย จากการตรวจสอบข้อมูลไม่พบประวัติการทำใบขับขี่มาก่อน และไม่มีหลักฐานมาแสดงความเป็นเจ้าของรถ

จากการตรวจสอบรถคันที่ขับมาพบว่า รถคันที่ขับมานั้นติดแผ่นป้ายทะเบียนไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถอีกทะเบียนหนึ่งและมีสถานะระงับการใช้ทะเบียน โดยชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองรถก็มิได้เป็นของนายสวัสดิ์ จากการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนที่ติดมาด้านหน้านั้น พบว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนของรถคันอื่น ซึ่งมีสถานะถูกระงับใช้เช่นเดียวกัน

จากนั้นได้ทำการซักถามข้อมูลโดยละเอียด ปรากฏว่านายสวัสดิ์ ตอบคำถาม วกไปวนมา ไม่ตรงกับความเป็นจริง เมื่อตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือของนายสวัสดิ์ พบว่ามีรูปภาพ คลิปวีดีโอ แชทสนทนา ในลักษณะลามกอนาจารเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปางจึงได้ประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ลำปาง ร่วมตรวจสอบ
 
เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ลำปาง จึงได้ตรวจสอบพบว่า นายสวัสดิ์ เคยบวชเป็นพระมาก่อนจริง และได้ถูกจับสึกไปแล้วครั้งหนึ่ง ต่อมาได้บวชเป็นสามเณรอีกครั้งเมื่อปี 2567 ปัจจุบันไม่มีสังกัดวัดอยู่เป็นหลักแหล่ง ใช้วิธีการขับรถไปเรื่อย ๆ เพื่อบิณฑบาต ไปตามตลาดและชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้ชาวบ้านใส่บาตรและถวายปัจจัยให้

พฤติกรรมของนายสวัสดิ์ เป็นการประพฤติที่ไม่เหมาะสม ทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย เจ้าหน้าที่จึงได้นิมนต์เจ้าคณะอำเภอเกาะคา มายังด่านตรวจ เพื่อทำการลาสิกขาเป็นที่เรียบร้อย

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสวัสดิ์ ว่า ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถ , นำป้ายทะเบียนของรถคันหนึ่งมาใช้กับรถอีกคันหนึ่ง , ใช้รถที่ทะเบียนระงับ พร้อมตรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา เพื่อดำเนินคดีและติดตามหาเจ้าของรถที่แท้จริงต่อไป