เจ้าหน้าที่ทลายฮับศูนย์กลางรับส่งแรงงานเถื่อนเข้าออกชายแดนไทย-มาเลเซีย พร้อมแรงงานเถื่อนชาวเมียมา 41 คน คนไทย 5 คน ชาวเมียนมาอีก 2 คน เป็นผู้ประสานงานและคนรับส่ง
วันนี้ (5 มี.ค.69) ที่ จ.สงขลา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกำลังของตำรวจกองปราบ กองกำกับการ กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผกก.ป พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป และชุดจับกุมที่นำโดย พ.ต.ท.วชิระ ศุภพิสิฐกุล รอง ผกก.6 บก.ป พ.ต.ท.แดนรบ สมัยชูเกียรติ สว.กก.6 บก.ปพ.ต.ต.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6บก.ป บุกทลายศูนย์กลางเครือขบวนการค้าแรงงานเถื่อนข้ามชาติเครือข่ายใหญ่ ที่ลักลอบขนแรงงานเถื่อนชาวเมียนเข้าออกระหว่างไทยกับมาเลเซีย
โดยเข้าจับกุมภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 13 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา พร้อมชาวเมียนมา 41 คน ทั้งชายและหญิง ในจำนวนนี้มีเด็กชายอายุ 5 ขวบกับเด็กหญิงอายุ 10 ขวบ รวมอยู่ด้วย 2 คน และทุกคนไม่มีหนังสือเดินทางและไม่สามารถแสดงเอกสารประจำตัวให้ชุดจับกุมดูได้ และจับกุมคนไทยและชาวเมียนมา 7 คน ประกอบด้วยนายภักดี อายุ 63 ปี และ น.ส.สุกัญญา อายุ 50 ปี คนดูแลรีสอร์ตและจัดการดูแลแรงงานเถื่อนขณะแวะพักที่นี่ทั้งหมด
นายสุลัยมาน อายุ 31 ปี นายอัฟนัน อายุ 28 ปี นายแวกามารูดิง อายุ 35 ปี 3 คนนี้เป็นคนขับรถมารับ และนายเนซานลิน อายุ 29 ปี และนางพิวพิวซาน ผัวเมียชาวเมียนมา ซึ่งขับรถนำทาง พร้อมกับยึดรถกระบะอีก 7 คัน เป็นรถที่ขนมาส่ง 3 คันและรถที่ขับมารับช่วงต่ออีก 4 คัน
โดยปลายทางของแรงงานเถื่อนชาวเมียนมากลุ่มนี้จะไปส่งที่ชายแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อลักลอบข้ามแดนเข้าไปทำงานในประเทศมาเลเซีย และจ่ายค่าเดินทางตั้งแต่คนละ 35,000 บาท ถึง 50,000 บาท บางคนจ่ายหมดแล้วบางคนจ่ายเมื่อถึงปลายทางที่ประเทศมาเลเซีย
สำหรับแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาชุดนี้ลักลอบเข้าแดนเข้ามาทางชายแดน จ.ประจวบคีรีขันธ์และชายแดน จ.จันทบุรี มีรถกระบะขนถ่ายต่อกันมาเรื่อยๆ และทางตำรวจกองปราบเริ่มสะกดรอยตามมาตั้งแต่เข้าพื้นที่จ.ชุมพร
จนกระทั่งมาถึงที่รีสอร์ตแห่งนี้ในพื้นที่หมู่ 13 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งเป็นจุดแวะพักสุดท้ายก่อนเดินทางไปยังชายแดนไทยมาเลเซีย อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ปฏิบัติการทลายเครือข่ายขบวนการค้าแรงงานเถื่อนข้ามชาติในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงตี5 วันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมาและทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับ
และทางตำรวจกองปราบใช้เวลาสอบสวนขยายผลในทางลับหลังการจับกุม 3 วัน เพื่อเจาะข้อมูลของขบวนการค้าแรงงานเถื่อนข้ามชาติกลุ่มนี้ทั้งหมดว่าโยงใยถึงใครบ้าง จนทราบเครือข่ายเกือบทั้งหมดแล้วตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางและกระบวนการจัดการทั้งหมด ซึ่งมีทั้งคนไทยและชาวเมียนมา และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการทางคดีและจับกุม
สำหรับไทม์ไลน์ขบวนการค้าแรงงานเถื่อนกลุ่มนี้ทางตำรวจกองปราบกองกำกับการ 6 เริ่มแกะรอยมาเกือบ1ปี จากการจับกุมแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา 28 คน เมื่อวันที่ 23เม.ย.68 จนรู้เครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ เส้นทางการรับส่ง จุดพัก ซึ่งพบว่าฮัปหรือศูนย์กลางของการขนแรงงานเถื่อนทั้งเข้าและออกระหว่างไทยกับมาเลเซีย จะถูกนำมาพักไว้ที่รีสอร์ตแห่งนี้ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่13 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
โดยมีผู้ดูแลรีสอร์ต 2 คน เป็นผู้ติดต่อประสานงานระหว่างที่นำมาแวะพัก และเปลี่ยนถ่ายเดินทางต่อ ซึ่งจะได้รับค่าหัวคนละ 100 บาท
โดยรีสอร์ตแห่งนี้เป็นจุดแวะพักและเป็นจุดนัดหมายระหว่างรถที่ขนมากับรถที่มารับ เมื่อมาถึงรีสอร์ตก็จะขนต่อไปยังปลายทางทันทีจะไม่พักค้างคืนเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยและเสี่ยงที่ต่อการจับกุม และพบว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่พบศพแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา 3 คน ซึ่งเป็นผู้ชายถูกนำมาทิ้งอำพรางไว้ในชายป่าริมถนนลพบุรีราเมศวร์ หมู่8 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 15 มี.ค.66 ด้วย