หนุ่มวัย 35 กุเรื่องถูกชิงทอง หลังนำเงินที่ภรรยาให้ไปไถ่ทอง เอาไปเล่นพนันออนไลน์จนหมด สุดท้ายถูกดำเนินคดีแจ้งความเท็จ
(4 มี.ค.69) ความคืบหน้ากรณีชายอายุ 35 ปี แจ้งความว่าถูกคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ประกบถีบรถตกคลอง ก่อนชิงสร้อยคอทองคำหลบหนี ล่าสุดเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าเป็นการกุเรื่องขึ้นมาเอง เนื่องจากนำเงินที่ภรรยาให้ไปไถ่ทองไปเล่นพนันออนไลน์จนหมด ขณะนี้ถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จกรณีดังกล่าว
สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ได้รับรายงานจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีเหตุชิงทรัพย์บริเวณริมคลองระบายน้ำสำโรง ใกล้หมู่บ้านถาวรนิมิตร ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยผู้เสียหายอ้างว่าถูกคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ติดตาม ก่อนใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์จนเสียหลักตกลงคลอง และชิงทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 2 บาท 2 สลึง หลบหนีไป
เจ้าหน้าที่สายตรวจและชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ พบผู้แจ้งเหตุคือ นายกิตติพงษ์ อายุ 35 ปี ยืนรออยู่ในที่เกิดเหตุ และพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีขาว จมอยู่ในคลอง เจ้าหน้าที่และพลเมืองดีช่วยกันนำรถขึ้นจากน้ำ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณร้านทองต้นทาง พบว่า นายกิตติพงษ์เดินทางไปที่ร้านทองจริง แต่ไม่มีการซื้อหรือไถ่ทอง และไม่ได้สวมใส่ทองคำออกจากร้านตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งการไล่ตรวจสอบกล้องตามเส้นทางไม่พบรถต้องสงสัยขี่ติดตามหรือก่อเหตุแต่อย่างใด ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดข้อสงสัยและเชิญตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียด
ท้ายที่สุด นายกิตติพงษ์ ยอมรับสารภาพว่าได้กุเรื่องทั้งหมดขึ้นมาเอง สาเหตุเนื่องจากภรรยาให้เงินไปไถ่ทอง แต่กลับนำเงินไปเล่นพนันออนไลน์จนหมด เกรงว่าจะถูกตำหนิจึงสร้างสถานการณ์ว่าถูกชิงทรัพย์เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา “แจ้งความเท็จ” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท
โดยช่วงเย็นวันที่ 4 มีนาคม มารดาและภรรยาได้เดินทางมายื่นคำร้องขอประกันตัว และพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันตัวตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งนี้ เช้าวันที่ 5 มีนาคม ผู้ต้องหาจะต้องเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อส่งฟ้องศาลต่อไปด้านผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา ฝากเตือนประชาชนว่า การแจ้งเหตุผ่านหมายเลข 191 เป็นช่องทางสำคัญในสถานการณ์ฉุกเฉิน การแจ้งเหตุเท็จไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังและทรัพยากรโดยไม่จำเป็น และอาจกระทบต่อการช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินที่แท้จริง พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง