โดนฟันเพราะแซวสาว คนหนึ่งตาบอด ส่วนอีกคนเจ็บหนัก

โดนฟันเพราะแซวสาว คนหนึ่งตาบอด ส่วนอีกคนเจ็บหนัก

View icon 69
วันที่ 6 มี.ค. 2569 | 07.26 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
2 หนุ่มคนงานแคมป์ก่อสร้าง ถูกกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่น 6 คน ใช้อาวุธมีดรุมฟันเจ็บสาหัส โดยหนึ่งคนถูกมีดฟันจนตาบอดหนึ่งข้าง ส่วนอีกรายถูกฟันหน้าและตัวเวอะ ต้องเย็บไม่ต่ำกว่า 30 เข็ม สาเหตุเพราะหนึ่งในผู้เสียหายแซวผู้หญิงของกลุ่มผู้ก่อเหตุ       

5 มี.ค. 69 ตำรวจ สภ.ท่าพระ ลงพื้นที่ตรวจสอบแคมป์พักคนงาน ริมแก่งน้ำต้อน พื้นที่บ้านป่าเหลื่อม ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมกับสอบสวนข้อมูลเพิ่มเติมจากนายกฤษฎา อายุ 29 ปี ชาว อ.นาทม จ.นครพนม และ นายมงคลชัยอายุ 30 ปี ชาว อ.เมือง จ.อุดรธานี คนงานก่อสร้าง และญาติๆ หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ประมาณ 6 คน ใช้อาวุธมีดบุกเข้ามารุมทำร้าย ภายในแคมป์คนงาน ในเวลาประมาณ 23.20 น. ของวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้นายกฤษฎา ได้รับบาดเจ็บมีแผลฉีกขาดที่จมูกและตาซ้ายบอด ขณะที่นายมงคลชัย ถูกมีดฟันและเฉือนเข้าที่บริเวณหน้าผาก ท้ายทอย หน้าอกและแผ่นหลัง ต้องเย็บแผลไม่ต่ำกว่า 30 เข็ม รวมทั้งกระดูกใบหน้าและกระดูกสันหลังส่วนล่างหัก วันเกิดเหตุญาติ ๆ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน

ขณะนี้อาการของทั้ง 2 คน ปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องปิดแผลที่บริเวณดวงตา และอีกรายยังต้องใส่เสื้อเกาะดามกระดูก หลังจากที่ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในคืนวันเกิดเหตุ ก่อนที่แพทย์จะอนุญาต ให้ออกจากโรงพยาบาลได้ในช่วงเช้าวันนี้ จึงพากันกลับเข้ามาเก็บข้าวของเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อรักษาตัว เนื่องจากไม่สามารถทำงานในพื้นที่ต่อได้           

ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าพระ สามารถติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 5 คน ประกอบด้วย นายจักรกฤษณ์  อายุ 30 ปี นายณัฐวุฒิ  อายุ 31 ปี นายณัฐวุมิ อายุ 33 ปี นายจักรพงษ์ อายุ 17 ปี และ น.ส.วนิตรา อายุ 23 ปี ทั้ง 5 คน เป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ต.ท่าพระ ต.ดอนหัน และ ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ นายอนุชา อายุ 32 ปี ชาว ต.ดอนช้าง อยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าพระ ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดขอนแก่น ออกหมายจับแล้ว            

พ.ต.ท.สุรัตน์ วันทะมาตร รอง ผกก.สส. สภ.ท่าพระ กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ก.พ.69 เวลาประมาณ 04.41 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งเหตุว่า มีเหตุทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้มี ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในบริเวณแคมป์พักคนงาน ด้านหลังวัดสายราษบำรุงบ้านบำเหลื่อม ต.ดอนช้าง อ.เมืองขอนแก่น จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.ท่าพระ รับทราบ ก่อนจะสั่งการให้ชุดสืบสวนร่วมกับร้อยเวรสอบสวน ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบกองเลือดและเศษผ้าพันแผลปื้นเลือดตกอยู่ที่พื้นดินจำนวนมาก  และยังไม่สามารถสอบคำให้การของผู้บาดเจ็บได้ เนื่องจากทั้ง 2 คน อาการสาหัส จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด กระทั้งพบวัตถุพยานตกอยู่ในที่เกิดเหตุ คือ มีด ยาวประมาณ 50 ซม. ลักษณะปื้นเลือดตกอยู่ รวมทั้งหมวก และ รองเท้าแตะ ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งคาดว่า เป็นของกลุ่มผู้ก่อเหตุที่ทำตกหล่นไว้            

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนหาข่าวในพื้นที่จากชาวบ้านและพยานบุคคล จนกระทั่งทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุ คือ กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ที่มีนายอนุชา เป็นหัวหน้าแก๊ง หลังทราบว่า เจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนัก ทำให้ผู้ต้องหาส่วนหนึ่งเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และส่วนหนึ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายค้นและเข้าตรวจค้นภายในบ้านของผู้ต้องสงสัย ทั้ง 6 คน ก่อนจะพบหลักฐานเพิ่มเติม ประกอบด้วย เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาแต่ละคนสวมใส่ในวันก่อเหตุ รวมทั้งรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน จึงรวมกันควบคุมตัวมาสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่า พวกตนเองได้ร่วมกันเดินทางไปที่แคมป์คนงานที่ผู้เสียหายทั้ง 2 คนอาศัยอยู่จริง แต่ไม่ได้เป็นคนลงมือใช้มีดฟัน แต่คนที่เป็นคนลงมือคือ นายอนุชา ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนีและคาดว่ายังกบดานอยู่ในจังหวัดขอนแก่น 

 นายมงคลชัย ผู้เสียหายที่ถูกมีดฟัดทั่วร่างกาย เล่าว่า ตนเองและนายกฤษฎา เพิ่งจะเดินทางมาทำงานที่แคมป์ในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันเกิดเหตุ ช่วงเย็นหลังจากเลิกงาน ตนเอง นายกฤษฎา และน้องผู้ชายอีก 1 คน ได้พากันเข้าไปในหมู่บ้านป่าเหลื่อม เพื่อหาซื้อกับข้าวเพื่อจะมากินที่แคมป์ โดยขับรถจักรยานยนต์ซ้อน 3 กันไป เมื่อไปถึงในหมู่บ้านพบว่า มีรถแห่งานบุญในหมู่บ้าน จึงพากันซื้ออาหารและเบียร์กิน และดูการแสดงรถแห่ จากนั้นได้มีฝนตกลงมาจึงชวนกันกลับเข้าแคมป์ แต่ระหว่างที่พากันเดินทางกลับ ได้ขับผ่านกลุ่มวัยรุ่นที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย นายกฤษฎา ได้เอ่ยปากแซวผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มว่า “ผู้สาว” แล้วก็ขับผ่านไป แต่หลังจากนั้นมีวัยรุ่นชายและหญิง รวม 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ตามมาก่อนถึงแคมป์ แล้วถามว่า “ใครแซวผู้หญิงกู” ตนเองที่จึงได้บอกกับชายที่ตามมาว่า “ถ้าน้องผมแซวผู้หญิงพี่ ผมขอโทษแทนน้องด้วย” ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะขับรถกลับไปด้วยท่าทีไม่พอใจ ตนเองและน้องๆ จึงขับรถกลับเข้าแคมป์             

หลังจากที่พวกตนเองกลับมาถึงแคมป์ได้ไม่นาน ได้มีกลุ่มวัยรุ่นทั้งชายและหญิงประมาณ 5-6 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาถึงแคมป์ แล้วเดินถือมีดปลายแหลมเข้ามาถามตนเอง ขณะนั้นนั่งอยู่ในเพิงพักด้วยประโยคเดิมว่า ใครแซวผู้หญิงกู ซึ่งตนเองก็ได้ขอโทษแทนน้องไปหลายครั้ง และนายกฤษฎาก็ได้ออกมาขอโทษเช่นกัน แต่ในระหว่างที่คุยกันอยู่ หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นได้ใช้มีดฟันใส่ตนเองและนายกฤษฎา โดยไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนจะเกิดการตะลุมบอลกันขึ้น เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก รู้ตัวอีกทีก็พบว่า เลือดท่วมตัวและฟื้นที่โรงพยาบาล ซึ่งตนเองยอมรับว่า ผิดที่ไปแซวหญิงในกลุ่มวัยรุ่น แต่ก็ได้ขอโทษแล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุถูกทำร้ายรุนแรงจนถึงขนาดนี้ ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน อยากให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยหลังจากนี้ตนเองและนายกฤษฎา ก็ต้องหยุดทำงานและกลับบ้านไปพักรักษาตัว เนื่องจากไม่สามารถทำงานในพื้นที่ได้  เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ในข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ(มีด) โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป และพาอาวุธมีดใบในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง