เช้านี้ที่หมอชิต - รัฐบาลกางแผนอพยพคนไทยในอิหร่าน ประเดิมกลุ่มแรก 68 คน เตรียมเดินทางกลับ 7 มีนาคมนี้
เล็งใช้เครื่องบินพาณิชย์อพยพคนไทยในอิหร่าน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บอกว่า การอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน เบื้องต้นต้องเดินทางด้วยทางบกไปชายแดนตุรกี ระยะทาง 1,000 กิโลเมตร เพื่อขึ้นเครื่องบินจากตุรกีกลับไทย
ขณะนี้อยู่ในช่วงของการตัดสินใจ เพราะต้องประเมินสถานการณ์ให้ปลอดภัยมากที่สุด ก่อนเคลื่อนย้ายคนไทยออกมา คาดว่า จะใช้เครื่องบินพาณิชย์แบบเหมาลำจากตุรกี ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า
เร่งประสาน อิหร่าน ดูแลความปลอดภัย อพยพคนไทย
ขณะที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เรื่องความปลอดภัย เพราะสิ่งที่เป็นห่วงมากสุดคือ การนำคนไทยในอิหร่านอพยพออกมาทั้งหมด หากคนไหนพร้อมเราจะนำออกมาก่อน นอกจากนี้ ประสานกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล แจ้งรายละเอียดถึงแผนการอพยพ เพราะเป็นเรื่องของมนุษยธรรม ซึ่งเส้นทางควรจะปลอดภัยจากการสู้รบ
กต.สรุปยอดคนไทยในอิหร่าน ขอกลับ 117 คน
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยว่าขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนกลับไทย 117 คน ลดลงจากวันก่อนที่มีผู้ลงทะเบียน 138 คน โดยการเดินทางรอบแรก วันที่ 7 มีนาคม มีคนไทยเดินทาง 68 คน ส่วนรอบที่ 2 วันที่ 10 มีนาคม จะเดินทางออกมาอีก 49 คน
ส่วนสาเหตุที่ผู้ลงทะเบียนขอกลับไทยลดลง เนื่องจากมีบางส่วนเปลี่ยนใจ ขออยู่ติดตามสถานการณ์ที่อิหร่านสักระยะหนึ่งก่อน
กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้คนไทยในอิหร่านที่ต้องการเดินทางกลับเพิ่มเติม รีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เพื่อประสานทำเอกสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันท่วงที
โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุลได้เดินทางไปถึงตุรกีแล้ว เตรียมอำนวยความสะดวกคนไทยในการเดินทางจากอิหร่านเข้าตุรกี เพื่อต่อเครื่องบินกลับไทย
ส่วนประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ได้อำนวยความสะดวกให้กับคนไทยที่จะเดินทางกลับประเทศ และจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารอย่างใกล้ชิด
ผบ.ทร.เตรียมแผนสอง อพยพคนไทยทางเรือ
พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ บอกว่า ได้เตรียมแผนสอง ด้วยการใช้เรืออพยพคนไทยออกจากพื้นที่ หากเกิดสถานการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรง จนไม่สามารถอพยพทางอากาศได้
กองทัพเรือ ได้เตรียมเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ซึ่งมีขีดความสามารถรองรับการลำเลียงประชาชนได้ประมาณ 1,000 คน พร้อมเรือคุ้มกัน ประกอบกำลังเป็นหมู่เรือเฉพาะกิจ โดยจะใช้ระยะเวลาเดินทางถึงพื้นที่ประมาณ 2 สัปดาห์ พร้อมย้ำว่า แผนดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมในขั้นต้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์จริง
นายกฯ หาช่องทางนำเข้า น้ำมันดิบ แหล่งอื่นเพิ่ม
ส่วนเรื่องน้ำมันที่หลายคนเป็นห่วง จะเพียงพอหรือไม่ ช่วงบ่ายวานนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุม หลังจากการปิดช่องแคบฮอร์มุช ทำให้มีผลกระทบต่อการนำเข้าน้ำมันดิบของไทย
นายกฯ บอกว่า วันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากกระทรวงพลังงาน ในช่วงเดือนมีนาคม ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร แต่จากตัวเลขที่ได้รับรายงาน ทราบว่าปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ประเทศไทย เริ่มมีปริมาณลดลงไป
ซึ่งสถานการณ์ที่พัฒนาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น จึงต้องกำหนดมาตรการ เพื่อให้ความมั่นใจว่า จะไม่มีผลกระทบในเรื่องการนำเข้าน้ำมันดิบ ตลอดจนการจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น
อรรถพล ยัน ไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้นาน 95 วัน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน บอกว่า ถ้าวันนี้ไม่มีน้ำมันเข้ามา ไทยจะเหลือน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 65 วัน แต่ไทยจะมีการทยอยนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากตะวันออกกลางอีก ทำให้สามารถใช้ได้อีก 30 วัน รวมแล้วไทยจะมีน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 95 วัน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังสั่งการด่วนให้ระงับการส่งออกน้ำมันไปยังต่างประเทศทันที ยกเว้นเมียนมา และ สปป.ลาว โดยสั่งให้ผู้ค้าเก็บสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 1% เป็น 3% เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะมีการเก็บน้ำมันไว้ใช้ในประเทศมากขึ้น
พร้อมกำชับสถานีบริการน้ำมันทุกแห่ง ห้ามกักตุนน้ำมันเด็ดขาด โดยกระทรวงพลังงานจะประสานงานให้มีการจัดส่งน้ำมันให้เพียงพอ ส่วนราคาน้ำมันยังคงตรึงราคาดีเซลไว้ที่ 15 วัน ขณะที่น้ำมันเบนซินจะช่วยเหลือบางส่วน
จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะรัฐบาลยืนยันว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนแน่นอน และหลังจากนี้จะนำมาตรการประหยัดพลังงานเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ต่อไป