นายกฯ เซ็นคำสั่ง ระงับส่งออกน้ำมัน-ก๊าซปิโตรเลียมเหลว มีผลทันที ยกเว้นส่งไปลาว เมียนมา

นายกฯ เซ็นคำสั่ง ระงับส่งออกน้ำมัน-ก๊าซปิโตรเลียมเหลว มีผลทันที ยกเว้นส่งไปลาว เมียนมา

View icon 190
วันที่ 6 มี.ค. 2569 | 19.47 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นายกฯ ลงนามคำสั่ง ระงับส่งออกน้ำมัน-ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ออกนอกราชอาณาจักรชั่วคราว มีผลทันที ยกเว้นส่งไปลาว เมียนมา พร้อมสั่งให้ผู้ค้าสำรองน้ำมันเพิ่ม ตั้งแต่ปลายมี.ค.-เม.ย. ป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง จาเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง

วันนี้ (6 มี.ค.69) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ความว่า ตามที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่านได้ทวีความตึงเครียดและนำไปสู่การตอบโต้อย่างรุนแรง โดยมีการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่งในตะวันออกกลาง ตลอดจนการยกระดับการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย อีกทั้งยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใด ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2561 นายกรัฐมนตรีจึงออกคำสั่งและให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันนี้ (6 มี.ค.)

กล่าวคือ ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบด้วย (1) น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ 1 และ (2) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ยกเว้นในกรณีส่งออกไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา รวมถึงกรณีน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อส่งออกที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และกรณีน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะหรือคุณภาพไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานว่าด้วยการกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้

ขณะเดียวกัน ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 สำรองน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ผลิตในราชอาณาจักร ในอัตราร้อยละ 1.5 ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. พ.ศ. 2569 และในอัตราร้อยละ 3 ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. พ.ศ. 2569 โดยที่การคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง การขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงและเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ การมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 แสดงหลักฐานเป็นหนังสืออันฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ที่ทำให้ไม่อาจสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามอัตราที่กำหนดในข้างต้นได้ หรือ การสำรองนั้นจะทำให้ผู้ค้าน้ำมัน ต้องได้รับความเสียหายเกินสมควร ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีอำนาจออกคำสั่งผ่อนผันเป็นการชั่วคราวมิให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือให้ลดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองได้ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร หรือให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กำหนดเงื่อนไขในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง