วันนี้ (8 มี.ค. 69) พ.ต.ท.ธนสรณ์ แช่มช้อย สว.สอบสวนสภ.ธัญบุรี รับแจ้ฝมีผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์ที่เกิดเหตุจุดพักรถถนนกาญจนาภิเษกหมายเลข 9 บางปะอิน-บางนา กม.21 มุ่งหน้าบางปะอิน ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเขต1
ที่เกิดเหตุเป็นจุดพักรถสร้างใหม่พบรถยนต์ จอดดับเครื่องอยู่ในช่องจอดริมสุด โดยที่ประตูและกระจกถูกปิดล๊อก มีน้ำเหลืองไหลออกจากตัวรถนองพื้นลานจอด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันพื้นที่เพื่อรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทำการทุบกระจกเพื่อตรวจสอบภายในห้องโดยสาร
โดยที่บริเวณที่วางเท้าด้านหน้าฝั่งซ้ายพบเตาอั้งโล่สภาพใหม่วางอยู่โดยที่พบถ่านหุงต้มบางส่วนเป็นขี้เถ้าอยู่ด้านบน ข้างกันยังพบถุงถ่านหุงต้มวางอยู่ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมานายวีระเดช อายุ77 ปี
ทั้งนี้ทราบว่ารถยนต์คันเกิดเหตุและบุคคลที่เสียชีวิตภายในรถเป็นรถยนต์ที่บุตรชายได้ขอความช่วยเหลือจากเพจต่าง ๆ ของ จ.ปทุมธานี ในการลงค้นหาเพราะผู้เป็นพ่อขาดการติดต่อไปพร้อมรถยนต์ตั้งแต่วันที่ (5 มี.ค. 69) ที่ผ่านมา โดยมีการแจ้งบุคคลหายไว้ที่ สภ.คลองหลวง
ในเวลาต่อมา น.ส.เปมิกา อายุ40 ปี หลานสาวซึ่งทราบข่าวจึงเดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมด้วยภรรยาของผู้เสียชีวิตและบุตรชายซึ่งอยู่ในอาการเศร้าเสียใจ โดยให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุลุงได้ออกจากบ้าน บอกว่าจะออกมาเอาอะไหล่รถยนต์ส่งไปที่ จ.อุดรธานี เพราะผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าของอู่ ก่อนจะหายตัวไป
โดยทางญาติได้ไปขอกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ก็ยังไม่พบตัวและส่งข้อมูลไปในเพจต่าง ๆ ช่วยค้นหา
กระทั่งมีพลเมืองดีโทรไปแจ้งว่าพบรถจอดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุพร้อมบุคคลเสียชีวิตภายใน โดยลุงไม่มีโรคประจำตัวแต่เพิ่งหายจากอาการไข้หวัดใหญ่และมีอาการป่วยข้างเคียง
ส่วนทางด้านนายพิทยา อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่ขับรถบรรทุกน้ำของกรมทางหลวง เผยว่า ตนเองพบรถคันนี้จอดตั้งแต่วันที่ (6 มี.ค. 69) ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งวันนี้นำรถมารดน้ำต้นไม้ก็ได้กลิ่นศพจึงเรียกเพื่อนร่วมงานมาตรวจสอบก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตภายในจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ส่วนทางด้าน พ.ต.ท.ธนสรณ์ แช่มช้อย สว.สอบสวนสภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตไปหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดที่นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติต่อไป