ทรัมป์ ยัน ต้องมีเหตุผลมากพอ ส่งทหารราบรบอิหร่าน

View icon 50
วันที่ 8 มี.ค. 2569 | 18.35 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ปฏิเสธกรณีกองทัพสหรัฐฯ โจมตีพลาดไปถูกโรงเรียนสตรี ในเมืองมินาบทางตอนใต้ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 160 คน ว่าไม่จริง เพราะฝ่ายที่ชอบโจมตีเป้าหมายพลเรือนคืออิหร่าน ซึ่งความแม่นยำในการโจมตีต่ำมาก

ทรัมป์ ยังระบุว่า ไม่ต้องการประนีประนอมกับอิหร่าน ตามที่อิหร่านต้องการ และสงครามกับอิหร่าน อาจยุติลงได้ก็ต่อเมื่อกองทัพอิหร่านถูกทำลาย หรือไม่มีผู้นำเหลืออยู่แล้ว ส่วนเรื่องการส่งทหารสู้รบภาคพื้นดิน จะทำต่อเมื่อมีเหตุที่ดีจริง ๆ และหากทำจริง ถึงตอนนั้นกองทัพอิหร่านจะต้องถูกลำลาย จนไม่เหลือขีดความสามารถในการสู้รบภาคพื้นดินแล้ว

ด้านนาย หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็น "สงครามที่ไม่ควรเกิดขึ้น" และเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางโดยทันที เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความขัดแย้งที่อาจลุกลาม รวมทั้งยังปฏิเสธการใช้กำลังในทางที่ไม่ถูกต้อง และทำให้พลเรือนบาดเจ็บล้มตาย โดยระบุว่าผู้ที่มีกำลังมากกว่า ใช่ว่าจะเป็นผู้ที่ถูกต้องเสมอไป และไม่ควรแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน ดังนั้นทุกฝ่ายควรกลับสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกันมีการประท้วงปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลในหลายประเทศ ทั้งในสหรัฐฯ เองซึ่งจัดขึ้นทั้งที่กรุง วอชิงตัน ดี.ซี.และนครนิวยอร์ก รวมทั้งในกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล และกรุงลอนดอนของอังกฤษ รวมถึงอีกหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมองว่า สหรัฐฯ กับอิสราเอล ไม่ควรแทรกแซงอิหร่าน และหากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองก็ควรให้ชาวอิหร่านตัดสินใจอนาคตของพวกเขาเอง

เกิดเหตุระเบิดเสียงดังสนั่น บริเวณใกล้กับสถานทูตสหรัฐฯ ด้านฝั่งตะวันตกของกรุงออสโล เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ส่วนทางเข้าแผนกงานกงสุล ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากเป็นช่วงที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน แต่เบื้องต้นพยานที่เห็นเหตุการณ์เชื่อว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับการประท้วงปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ กับอิสราเอล เพราะก่อนหน้านั้นเพิ่งมีการประท้วง บริเวณด้านนอกสถานทูตสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ชาวอิหร่านพลัดถิ่นและผู้สนับสนุนรวมตัวกันบริเวณใกล้หอไอเฟล เพื่อเรียกร้องให้อิหร่านกลับมาปกครองโดยระบอบกษัตริย์หรือ "ชาห์" แห่งอิหร่านอีกครั้ง โดยให้ เรซา ปาห์ลาวี (Reza Pahlavi) บุตรชายของ "ชาห์" องค์สุดท้าย ซึ่งอพยพไปอยู่ต่างแดนหลังการปฏิวัติอิสลามในปี 2522 กลับมาขึ้นครองราชย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง