“จุลพันธ์” ลั่นไม่จริง มี สส.ไม่พอใจ จัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ยันพรรคไม่มีความขัดแย้ง ย้ำยังไม่มีวางตัวบุคคล เตรียมประชุม สส.14 มี.ค.รับฟังทุกความเห็น ชี้ต้องให้ความเป็นธรรม
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนสัดส่วนโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย 5 รัฐมนตรีว่าการ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการ และ 1 รองประธานสภา ว่า ยังไม่มีความชัดเจนแต่แน่นอนว่าเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ในลำดับที่ 2 ก็คาดการณ์ได้ว่า ก็ต้องมีการจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ตามความเหมาะสม ส่วนจะเป็นตำแหน่งใดก็คงจะต้องมีการพูดคุยกันอีกที
กรณีที่มีรายงานข่าวว่า สส.ภายในพรรคเพื่อไทย ไม่พอใจถึงการวางตัวบุคคลที่คาดว่าจะมาเป็นรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่มีความไม่พอใจและไม่มีความขัดแย้ง หรือไม่สบายใจใด ๆ กระแสต่าง ๆ ใช้คำว่าแหล่งข่าว ก็หาตัวไม่ได้ ไม่สามารถยืนยันอะไรได้ ขอยืนยันย้ำอีกครั้งว่า ที่บอกว่ามีความไม่พอใจ ไม่เป็นความจริง
2 กระบวนการในการจัดสรรตำแหน่งต่าง ๆ ตามข้อบังคับพรรคเป็นอำนาจของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งทางสมาชิกเข้าใจดี และกลไกในการบริหารเชื่อว่าคณะกรรมการบริหารพรรคคงไม่ทำโดยพละการ ต้องมีการรับฟังทั้งจาก สส.และสมาชิกพรรค อย่างกว้างขวาง แต่ขณะนี้ขั้นตอนยังไม่ถึง เพราะกำลังรอรัฐพิธีเปิดรัฐสภา และเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนั้นจึงจะมีการนัดประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี จึงจะมีการพูดคุยเรื่องการจัดจัดสรรตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็ต้องมีการพูดคุยเป็นการภายใน ว่ากระทรวงที่ได้รับมาบุคลากรของเรา มีความเหมาะสมเรื่องคุณสมบัติ ความถนัด และประสบการณ์ในแต่ละกระทรวง มีใครบ้างและจะจัดสรรอย่างไร เพราะฉะนั้นที่เป็นข่าวออกมาทั้งหมด เป็นการคุยล่วงหน้าและคาดการณ์
เมื่อถามว่าจะมีการเรียกประชุม สส.เพื่อทำความเข้าใจและชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการนัดประชุม ซึ่งในวันที่ 14 มีนาคมนี้ พรรคเพื่อไทยก็จะมีการเรียกประชุมสส.ก่อนที่จะมีการประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 มีนาคมนี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและหาข้อสรุปร่วมกัน และในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรีก็คงจะมีการเปิดให้แสดงความคิดเห็น และสุดท้ายก็จะเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรคในการตัดสินใจซึ่งเป็นไปตามกลไกของพรรค
เมื่อถามว่าตำแหน่งรัฐมนตรีกับจำนวนสส.มีไม่เพียงพอ หลักเกณฑ์การพิจารณาในการคัดเลือกบุคคลที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีจะมีความเป็นธรรมไม่ให้สส. ที่ไม่สมหวังน้อยใจหรือเสียใจอย่างไร
นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ต้องเป็นไปตามกลไกที่ทุกฝ่ายรับได้ และที่สำคัญคือพรรคเพื่อไทยไม่มีมุ้งไม่มีกลุ่ม เป้าหมายหลักคือการเดินหน้าทำประโยชน์ให้ประชาชน การที่จะมีตำแหน่งใดๆก็ต้องบุคคลที่เหมาะสม สามารถขับเคลื่อนนโยบายของพรรคและขับเคลื่อนรัฐบาล นำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง นี่คือเกณฑ์สำคัญ
ส่วนกรณีของนาย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคที่มีรายงาน จากพรรคภูมิใจไทยว่าอาจจะติดปัญหาเรื่องคดี นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายประเสริฐ สิ่งที่ออกมาตามหน้าสื่ออาจจะเป็นเพราะกระบวนการการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกระทรวงแต่ยังไม่มีกระบวนการในการเอาผิดใดๆ จึงต้องยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของนายประเสริฐ และความตั้งใจในการทำงาน ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า นายประเสริฐ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งหลังจากนี้พรรคก็จะมีการดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึก และพิจารณาอีกครั้ง
ส่วนกรณีที่รายงานข่าวว่า ทั้งนายประเสริฐและนางสาว สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็น สส.ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาทั้ง 2 คน จะได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้ สส.ในพรรคเกิดความไม่พอใจว่าในจังหวัดเดียวมีรัฐมนตรีถึง 2 คน
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีข้อขัดข้องใดๆ หากหนึ่งจังหวัดจะมีรัฐมนตรีถึง 2 คน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทั้ง 2 คนจะได้ดำรงตำแหน่งอะไร เพราะขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุป แต่ทั้งสองคนก็เป็นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน และมีผลงานที่ประสบความสำเร็จ ไม่มีข้อขัดข้องที่จะดำรงตำแหน่งใดๆต่อไป
เมื่อถามย้ำว่าหากทั้ง 2 คนได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีจะสามารถทำความเข้าใจกับสส.ในพรรคได้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จริงๆแล้วกระบวนการต้องเริ่มจากการพูดคุยสส.ในพรรคก่อน จึงเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาใดๆ
ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ขณะนี้มีรายชื่อของนาง มนพร เจริญศรี สส. นครพนม รายชื่อนี้ชัดเจนแล้วหรือไม่ที่จะถูกวางตัวในตำแหน่งรองประธานสภาในสัดส่วนของพรรคเพื่อ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตำแหน่งนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนเพราะจะมีการพูดคุยอีกครั้งในวันประชุม สส. 14 มีนาคมนี้
เมื่อถามถึงกรณีที่มีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยจะนำส่งรายชื่อรองประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยให้พรรคภูมิใจไทยในวันที่ 12 มีนาคมนี้นายจุลพันธ์ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการพูดคุยกันในวันที่ 14 มีนาคมนี้ ถึงจะมีกระบวนการในการไปพบปะพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อส่งรายชื่อ เพราะต้องเป็นมติกรรมการบริหารพรรค ซึ่งขณะนี้พรรคก็ยังไม่ได้มีมติส่งชื่อของนางมนพร เพราะภายในพรรคก็ยังมีบุคลากร ที่มีคุณสมบัติและมีความเหมาะสมอีกหลายคน