เปิด 18 ตู้คอนเทนเนอร์ ซุกขยะอิเล็กทรอนิกส์

View icon 37
วันที่ 11 มี.ค. 2569 | 06.04 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ที่ท่าเรือแหลมฉบัง กรมศุลกากร, DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปร่วมกันเปิดตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด 18 ตู้ ที่เชื่อได้ว่าข้างในมีการยัดไส้ ใส่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ แค่นี้ก็มีจำนวนหลายแสนกิโลกรัมแล้ว

แต่นี่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะจริง ๆ แล้ว มีการอายัดไว้มากถึง 714 ตู้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าตู้ไหนบ้าง ที่จะเป็นแบบนี้

เป็นหนึ่งในจำนวนของกลาง ที่เปิดตู้คอนเทนเนอร์ออกมาดู เพื่อให้เห็นกันชัด ๆ ว่า ไม่ได้ เป็นไปตามที่สำแดงไว้กับ "กรมศุลกากร"

แบ่งออกได้เป็น 3 ล็อต ล็อตแรก 12 ตู้ มองเผิน ๆ เห็นเป็นเศษเหล็กขนาดใหญ่ ไม่น่าจะผิดอะไร แต่ภายในแอบซุกแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ปะปนมาด้วยรวมน้ำหนัก 280,000 ตัน

ส่วนตู้ฯ ที่เป็นไฮไลต์ เป็นของกลางที่ DSI มีการสำแดงเป็นสินค้าจากสหรัฐ ปลายทางเตรียมขนส่งไป ญี่ปุ่น และฮ่องกง เปิดออกมามีแต่เศษชิ้นส่วน ที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มีกลิ่นสารเคมี จำนวน 4 ตู้ และอีก 2 ตู้สุดท้าย ถูกอายัดไว้ เพราะผู้นำเข้ามีประวัติเฝ้าระวัง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ขยะที่พบกว่า 200,000 กิโลกรัม เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ตามกระบวนการไทยเราจะไม่เก็บไว้ จะต้องผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางทั้งหมด

ส่วนใครเกี่ยวข้องอย่างไร DSI จะรับไปตรวจสอบเส้นทางการเงิน และขยายผลหาตัวผู้บงการเบื้องหลัง บริษัทผู้นำเข้าที่แจ้งข้อมูลเท็จ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีเด็ดขาด

ด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ที่ไปในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ที่อายัดของกลางไว้จริง ๆ ไม่ได้มีแค่ 18 ตู้ แต่มีทั้งหมด 714 ตู้ โดย 18 ตู้ คือตู้ที่มีการเปิดตรวจ และยืนยันแล้วว่าผิดแน่ ๆ

พันตำรวจตรี ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม DSI บอกว่า ทั้ง 714 ตู้ที่ว่ามา มีบางส่วนที่ถูกอายัดไว้ แต่บางส่วนถูกส่งกลับประเทศต้นทางแล้ว และบางส่วนมีปลายทางเข้าประเทศไทย แต่ไม่ได้เข้า

สำหรับปลายทางขยะเหล่านี้ ถ้าเข้ามาได้จริง ก็จะถูกส่งต่อไปยังโรงงานรีไซเคิล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานเถื่อนของกลุ่มทุนจีนเทา เพื่อคัดแยกเอาโลหะ และแร่หายาก แล้วทิ้งสารพิษไว้ในไทย

และเหตุที่ต้องเป็นประเทศไทย ก็เพราะ "จีน" ประกาศไม่รับขยะอิเล็กทรอนิกส์ มาตั้งแต่ปี 2561 ทำให้โรงงานเหล่านี้ ย้ายมาตั้งในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง