DSI ส่งฟ้อง ขบวนการตัดไม้พะยูงข้ามชาติ เสียหายกว่า 300 ล้าน

DSI ส่งฟ้อง ขบวนการตัดไม้พะยูงข้ามชาติ เสียหายกว่า 300 ล้าน

View icon 79
วันที่ 10 มี.ค. 2569 | 14.17 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ส่งฟ้องผู้ต้องหาคดีค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ตัดไม้จากไทย นำไปซุกซ่อนที่สปป.ลาว และขอผ่านแดนไทยเพื่อส่งออกไปจีน มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท  พบที่ผ่านมาเคยดำเนินพิธีการทางศุลกากรในลักษณะเดียวกันมาแล้วกว่า 150 ตู้คอนเทนเนอร์

วันนี้ (10 มี.ค.69) กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ควบคุมตัวนาง ธ. ผู้ต้องหาสำคัญในคดีลักลอบค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ส่งพนักงานอัยการคดีภาษี ตามคำสั่งอัยการสูงสุด

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการสืบสวนและเฝ้าระวังติดตามกลุ่มขวบนการลักลอบตัดไม้พะยูง ในพื้นที่แนวเทือกเขาพนมดงรักและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร  และได้รับข้อมูลว่ามีการนำไม้พะยูงที่ลักลอบตัดในพื้นที่ดังกล่าว ไปซุกซ่อนเก็บรักษาไว้ที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก่อนที่นำไม้พะยูงซุกซ่อนปะปนมากับสินค้าประเภทไม้ บรรจุใส่ในตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 30 ตู้ ทำการขนส่งข้ามแม่น้ำโขงและขอผ่านแดนเข้ามาในประเทศไทย ณ ด่านศุลกากรเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อส่งต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ก่อนส่งออกต่อไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน

กลุ่มผู้กระทำผิดได้อาศัยช่องว่างทางกฎหมายของอนุสัญญาบาร์เซโลนาว่าด้วยเสรีภาพในการผ่านแดน (Barcelona Convention and Statute on Freedom of Goods in Transit) พ.ศ. 2523 ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี มาใช้อ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการตรวจสอบและสแกนตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด พบการลักลอบซุกซ่อนไม้พะยูง เศษไม้พะยูง และกิ่งพันธุ์กล้วยไม้ ภายในตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด โดยมีปริมาตรไม้ไม่ตรงกับที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้าผ่านแดน

จากการตรวจสอบพบว่ามีปริมาตรไม้เกินจากที่สำแดงจำนวน 196.893 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเข้าข่ายเป็นการโกงโควตาการขออนุญาตนำผ่านแดน การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานร่วมกันลักลอบนำไม้พะยูง เศษไม้พะยูง และกิ่งพันธุ์กล้วยไม้ ซึ่งเป็นของต้องจำกัดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันหลีกเลี่ยงกฎหมายศุลกากรและข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำเข้า–ส่งออกโดยเจตนาฉ้อภาษีอากร ตามมาตรา 27 และมาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 รวมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507

คดีดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท โดยเหตุเกิดในช่วงวันที่ 16–18 มกราคม 2558 ในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

จากการสืบสวนพบว่า นาง ธ. เป็นเจ้าของบริษัทขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และเป็นผู้ดำเนินการพิธีการทางศุลกากรในการขออนุญาตนำตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 30 ตู้เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อผ่านแดน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจพบข้อมูลว่าในช่วงระยะเวลาเพียง 1 เดือนก่อนการจับกุม ผู้ต้องหาได้ดำเนินพิธีการทางศุลกากรในลักษณะเดียวกันมาแล้วกว่า 150 ตู้คอนเทนเนอร์

กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งขยายผลเครือข่ายการลักลอบค้าไม้พะยูงข้ามชาติ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและเศรษฐกิจของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง