DSI จับตัวผู้ต้องหา อดีตผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ช่วยเหลือคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต
วันนี้ ( 30 มี.ค. 69 ) ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต จับกุม นายเกรแฮม (สงวนนามสกุล) อายุ 83 ปี ผู้ต้องหาฐาน เป็นคนต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนมาตรา 8 โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคนต่างด้าวร่วมกันยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ โดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย และเป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจกระทำแทนนิติบุคคล ซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดที่นิติบุคคลหรือมิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณสถานีตำรวจภูธรสาคู ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่
ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว และเจ้าพนักงานชุดควบคุมตัวผู้ต้องหา ได้แจ้งพนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต และนายอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว (ปท.1) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการควบคุมนำตัวผู้ต้องหา ส่งให้กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบสำนวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 7/2567 ของกองคดีความมั่นคง โดย นายเกรแฮม เป็นกรรมการ และอดีตผู้ถือหุ้นของบริษัทแห่งหนึ่ง มีพฤติการณ์ร่วมกันยินยอมให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นแทนในบริษัทในขณะเกิดเหตุ ช่วยเหลือหรือสนับสนุน บริษัทดังกล่าว ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา
จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป