แม่เลี้ยงเดี่ยวร่ำไห้ ร้องมูลนิธิปวีณาฯ ลูกสาววัย 5 เดือน ตายปริศนา หลังนำไปจ้างเลี้ยงแบบกิน-นอน ก่อนเกิดเหตุสลด 2 วัน พี่เลี้ยงมีอาการไอ จึงป้อนยาแก้อักเสบของเด็ก 2 ขวบให้
วันนี้ (10 มี.ค. 69) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา น.ส.หวาน (นามสมมุติ) แม่เลี้ยงเดี่ยวอายุ 37 ปี ทำงานพีอาร์ร้านอาหาร ร่ำไห้ร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ลูกสาว 5 เดือน เสียชีวิตปริศนา และติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ต้องการให้ช่วยเรียกร้องความเป็นธรรม
น.ส.หวาน บอกว่า เลิกรากับสามีตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน ต้องอดทนสู้ชีวิตมาคนเดียว เมื่อลูกสาวคลอดออกมาได้ 3 เดือน จึงได้นำไปจ้างพี่เลี้ยงเด็กใกล้บ้านแบบกิน-นอน ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กทม. เดือนละ 6,500 บาท เพราะต้องทำงานในช่วงกลางคืน โดยแม่จะรับลูกกลับบ้านทุกวันเสาร์ที่แม่หยุดงาน ซึ่งที่บ้านพี่เลี้ยงมีเด็กอยู่ประมาณ 7-8 คน ที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไรจนลูกอายุได้ 5 เดือน
กระทั่งบ่ายวันที่ 2 มี.ค. 69 พี่เลี้ยงโทรมาบอกแม่ว่าลูกสาวมีอาการไอ จึงได้ป้อนยาแก้อักเสบของลูกสาวตัวเองวัย 2 ขวบ ให้กินดักไว้แล้ว ตอนนี้เด็กหลับไม่ต้องห่วง ซึ่งตนยังถามกลับไปว่า ยาของเด็ก 2 ขวบ จะมาให้อ่อนกินได้หรือ ทางพี่เลี้ยงบอกว่า "ไม่เป็นไรกินได้ พี่ให้กินไม่เยอะ" จากนั้นช่วงบ่ายวันที่ 3 มี.ค. 69 ตนเข้าไปดูลูกที่บ้านพี่เลี้ยง เห็นลูกนอนคว่ำหลับอยู่ พี่เลี้ยงบอกน้องเล่นมากเพิ่งหลับไป ตนจึงอุ้มลูกขึ้นมา รู้สึกว่าลูกมีอาการอ่อนแรง สะลึมสะลือ ทางพี่เลี้ยงก็บอกว่า ลูกเพิ่งนอนจะไปอุ้มขึ้นมาทำไมอย่าไปกวนเลย ตนรู้สึกว่าผิดปกติเพราะทุกทีลูกจะร่าเริง ยิ้ม และเล่นด้วย จึงนั่งอยู่กับลูกประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ลูกก็ไม่ตื่น จนได้เวลาที่ตนต้องออกไปทำงาน
ต่อมาเช้าวันที่ 4 มี.ค. 69 ด้วยความเป็นห่วง ตนจึงรีบไปหาลูกพร้อมกับเอานมและแพมเพิร์สไปให้ แต่พี่เลี้ยงไม่อยู่บ้าน ทางแม่ของพี่เลี้ยงบอกว่าลูกหลับอยู่ข้างบน และบอกว่าอาการของน้องดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องห่วง จากนั้นเวลาประมาณ 09.00 น. แม่ของพี่เลี้ยงโทรศัพท์มาหาตนด้วยน้ำเสียงตกใจ พร้อมกับบอกว่าพี่เลี้ยงกำลังเอาน้องไปโรงพยาบาล เพราะมีเลือดออกที่จมูก ตนตกใจมากรีบตามไปที่โรงพยาบาล พบลูกอยู่ในห้องฉุกเฉิน แพทย์กำลังปั๊มหัวใจประมาณ 40 นาที จากนั้นแพทย์ออกบอกว่าไม่สามารถช่วยน้องได้แล้ว ระบุหยุดหายใจมาตั้งแต่ก่อนถึงโรงพยาบาลประมาณ 2 ชั่วโมง ตนสงสัยว่าบ้านอยู่ห่างจากโรงพยาบาลเดินทางเพียง 10 นาที ถ้ามาเร็วก็น่าจะปั๊มหัวใจขึ้นมาได้
น.ส.หวาน บอกอีกว่า ตนถามพยาบาลว่าทำไมเป็นแบบนี้ น้องเลือดออกเยอะไหม พยาบาลบอกว่า ตอนที่ลูกมาโรงพยาบาลไม่มีเลือด น่าจะถูกเช็ดตัวมาก่อนแล้ว และพี่เลี้ยงบอกกับแพทย์และพยาบาลว่าน้องมีปัญหาระบบหายใจ แม่จึงถามพี่เลี้ยงก็ปฏิเสธว่า เด็กไม่มีเลือดออก ซึ่งพูดต่างจากแม่ของพี่เลี้ยงตอนแรกที่โทรศัพท์มาบอก เมื่อตนเห็นเสื้อพี่เลี้ยงเปื้อนเลือดจึงเค้นถาม พี่เลี้ยงก็ตอบอ้อมแอ้มยอมรับว่า มีเลือดออก แต่ออกนิดเดียวเท่านั้น จากนั้นพี่เลี้ยงก็ถามย้ำแม่ว่า "จะเอาเรื่องพี่ไหม อย่าเอาเรื่องพี่นะ พี่ไม่ได้ทำอะไรเลย"
เบื้องต้นแพทย์ออกใบมรณบัตร ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาวว่า "ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว" แต่แม่ติดใจสงสัย จึงได้ขอให้มีการชันสูตรศพ แพทย์ได้เก็บชิ้นเนื้อและเลือดของลูกสาวไว้ตรวจอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต คาดว่าจะทราบผลในอีกประมาณ 2 เดือน และได้เข้าแจ้งความไว้แล้วที่ สน.ราษฎร์บูรณะ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 69 โดยตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพี่เลี้ยง และเรียกคนในสถานรับเลี้ยงเด็กสอบปากคำ โดยวันที่ 5 มี.ค. 69 ได้เผาศพลูกสาวไป เพราะฐานะยากจน หากตั้งศพน้องไว้จะต้องเสียค่าใช้จ่าย ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องมาสูญเสียลูกไป จึงเดินทางมาขอความเป็นธรรมจากมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อช่วยหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของลูกสาว และติดตามคดีช่วยด้วย
ด้าน นางปวีณา กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับคุณแม่ที่ต้องสูญเสียลูกน้อย หลังรับเรื่องได้ประสาน พ.ต.อ.วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ ทันที และจะประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าไปตรวจสอบที่บ้านรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ ว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ เพื่อประกอบการสอบสวนดำเนินคดี โดยวันที่ 11 มี.ค. 69 ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาผู้เสียหายไปพบ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามคดีและให้ความเป็นธรรมกับแม่เลี้ยงเดี่ยวรายนี้ต่อไป