แม่เลี้ยงเดี่ยวชาวบุรีรัมย์ เลี้ยงลูกพิการน้ำตาคลอ คุณสมบัติไม่ผ่าน อดได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระบุระบบคัดกรองผิดพลาด บอกมีรถยนต์ 2 คัน ทั้งที่ไม่จริง วอนภาครัฐตรวจสอบสิทธิใหม่ให้ถูกต้อง
วันนี้ (18 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหมู่บ้านบัลลังก์ ต.หนองตาด อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ พบชาวบ้าน ผู้สูงอายุหลายคนที่ลงทะเบียนเข้าระบบคัดกรอง เพื่อขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ หลายคนคุณสมบัติไม่ผ่าน เพราะระบบคัดกรองผิดพลาด ขึ้นข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง บางคนไม่เคยซื้อหรือมีชื่อครอบครองรถยนต์เลย แต่ระบบกลับแจ้งว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากผู้ลงทะเบียนมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์เกินกว่าที่โครงการกำหนด
ขณะที่บางคนเคยมีรถยนต์มือสอง แต่ขายเปลี่ยนมือไปหลายปีแล้ว ระบบกลับแจ้งว่ามีชื่อครอบครองรถยนต์ และที่ขึ้นในระบบก็เป็นรถคนละคันกับที่เคยครอบครอง และจากระบบที่แจ้งข้อมูลผิดพลาด ทำให้ชาวบ้านหลายคนเสียโอกาสได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ทั้งที่ฐานะยากจนจริง ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาและรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน โดยเบื้องต้นชาวบ้านกลุ่มนี้ก็ได้ยื่นทบทวนสิทธิ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะผ่านหรือไม่ จึงเรียกร้องให้ภาครัฐคัดกรองคุณสมบัติให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ เพราะโครงการดังกล่าวสามารถช่วยต่อลมหายใจ และแบ่งเบาภาระให้กับหลายครอบครัวได้
น.ส.ทองดี ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องหารับจ้างแถวใกล้บ้าน เพื่อหาเงินเลี้ยงลูกสาวพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งได้ลงทะเบียนขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ แต่เมื่อตรวจสอบสิทธิผ่านระบบออนไลน์แล้ว กลับมีข้อความแจ้งว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากผู้ลงทะเบียนมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์เกินกว่าที่โครงการกำหนด โดยในรายละเอียดระบุว่ามีรถยนต์ 2 คัน ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะเคยมีรถยนต์มือสอง 1 คันแต่ขายเปลี่ยนมือไปหลายปีแล้ว ปัจจุบันไม่มีรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์แม้แต่คันเดียว
น.ส.ทองดี กล่าวน้ำตาคลอว่า หลังจากแยกทางกับสามี ก็อาศัยอยู่กับลูกพิการเพียงลำพัง ไม่สามารถไปทำงานที่อื่นได้ ต้องรับจ้างใกล้บ้าน เพื่อหาเงินเลี้ยงลูก และมีเบี้ยพิการของลูกสาวเดือนละ 1,000 บาท ที่ไว้ประทังชีวิต 2 คนเท่านั้น จึงอยากให้ภาครัฐตรวจสอบสิทธิให้รอบคอบถูกต้อง เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ เพราะเงินจำนวนดังกล่าวแม้จะไม่มาก แต่สำหรับครอบครัวตัวเองมีความหมายมาก สามารถซื้อข้าวสารและอาหารไว้ประทังชีวิตได้ เพราะเวลาไม่มีก็ไม่มีสักบาท
ด้าน นายสมริต บอกว่า ระบบคัดกรองผิดพลาด ที่ผ่านมาเคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาตลอด แต่รอบนี้เมื่อลงทะเบียนยืนยันตัวตนของรับสิทธิ ระบบกลับแจ้งว่ามีรถยนต์ 2 คัน ทั้งที่ตั้งแต่เกิดมาจนถึงทุกวันนี้ไม่เคยมีรถยนต์เลย มีแค่รถจักรยานยนต์คันเดียว ซึ่งสภาพเก่าแล้ว เอาไว้สำหรับขี่รับส่งหลานไปโรงเรียน บางวันก็ขี่ไปทำนา และเอาผักไปขายที่ตลาดเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวเท่านั้น เบื้องต้นก็ได้ยื่นทบทวนสิทธิไปแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะผ่านหรือไม่ จึงอยากให้ทางภาครัฐได้ตรวจสอบให้ถูกต้อง เพื่อจะไม่ได้เสียสิทธิ เพราะเงินในโครงการดังกล่าวสามารถช่วยแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัวได้