ปูพรมค้น 8 จุดราชบุรี ล้งมะพร้าวนอมินีจีน กินรวบ เช่าสวน-คุมราคา-ส่งออก กดราคารับซื้อหน้าสวน แจ้งผลประกอบการขาดทุนเลี่ยงภาษี จ่อดำเนินคดีกรรมการบริษัท ไทย-จีน 17 คน พร้อมขยายผลขบวนการมะพร้าวนอมินี ในจังหวัดอื่น
วันนี้ (10 มี.ค.69) พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดปฏิบัติการ "ปอกเปลือกนอมินี ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ" ปูพรมตรวจค้นบริษัทรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปมะพร้าว 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี
ผลการตรวจค้นพบ 6 บริษัท มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว พร้อมตรวจยึดเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการซื้อขายมะพร้าว สัญญาเช่าสวนมะพร้าว เอกสารทางบัญชีและภาษีรวมกว่า 10 กล่อง และยังยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลการติดต่อกับนายทุนจีน แต่เนื่องจากเป็นคดีนอมินี ทำให้ตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อน และเตรียมดำเนินคดีกับผู้มีชื่อเป็นกรรมการบริษัท แบ่งเป็น บุคคลสัญชาติไทย 10 คน และชาวจีน 7 คน เนื่องจากอาชีพทำไร่ทำสวน เป็นอาชีพต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการ บก.ปอศ. เปิดเผยว่าเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาตินี้ จะใช้ชื่อคนไทย ซึ่งเป็นเพียงพนักงานบัญชี หรือบุคคลทั่วไป จ้างมาเซ็นชื่อในเอกสารถือหุ้น 51% ลักษณะเป็นนอมินี แต่ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจ คนที่มีอำนาจตัดสินใจจริง ๆ เป็นนายทุนชาวจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบบันทึกการสนทนาผ่านทางแอปพลิเคชันและเอกสารต่าง ๆ ว่านายทุนจีนมีอำนาจสั่งการรับซื้อ กำหนดราคา และจัดการด้านโลจิสติกส์ทั้งหมด
นายทุนจีนจะมีทั้งที่สั่งการอยู่ต่างประเทศ และอยู่ที่บริษัทในไทย โดยจะขยายอิทธิพล ครอบงำกระบวนการทั้งหมดอย่างเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวในพื้นที่ เพื่อทำสวนมะพร้าวเอง ทำให้ควบคุมปริมาณผลผลิตได้โดยตรง จัดตั้งสถานประกอบการ หรือล้งมะพร้าวอำพราง เพื่อรวบรวมมะพร้าวและแปรรูป จากนั้นก็ส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเองในต่างประเทศ ทำให้เกิดอำนาจผูกขาดในการกำหนดราคา กดราคารับซื้อหน้าสวนจากเกษตรกรไทยให้ต่ำลงอย่างผิดปกติทั่วประเทศ เหลือเพียงลูกละ 2.5 บาท ขณะที่ความต้องการมะพร้าวในตลาดต่างประเทศสูง เมื่อส่งออกไปยังประเทศจีน ราคาสูงถึงลูกละ 35-50 บาท โดยส่วนต่างกำไรทั้งหมดถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติ
นอกจากนี้บริษัทเหล่านี้ยังมีการจัดทำบัญชีเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนต่างชาติ ด้วยการรายงานผลประกอบการเป็นขาดทุนมาตลอด ทำให้สามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องเสียภาษีให้แก่ประเทศไทยอย่างถูกต้องด้วย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า แม้จะดำเนินคดีกับกลุ่มนอมินีล้งมะพร้าวจีนได้ แต่ก็เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคามะพร้าวตกต่ำ เพราะอีกส่วนก็มาจากปัจจัยที่มีการปลูกมะพร้าวมากขึ้น มีผลผลิตกว่าความต้องการตลาดมาก แม้ราคาขายที่จีนจะเฉลี่ยลูกละประมาณ 40 บาท แต่ระหว่างกระบวนการแปรรูปและส่งออก ก็ต้องมีการหักส่วนแบ่งกันไป ทำให้ราคามะพร้าวหน้าสวนลดลง แต่ก็ไม่ควรจะราคาต่ำลงไปถึงลูกละ 2 บาท ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายที่กลุ่มนอมินีล้งมะพร้าวจีนสร้างขึ้นได้
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะร่วมมือกับตำรวจสอบสวนกลาง ในการตรวจสอบล้งมะพร้าวในจังหวัดอื่นๆ ว่ามีพฤติการณ์เป็นนอมินีนายทุนจีนหรือไม่ โดยจังหวัดที่นิยมปลูกมะพร้าวนั้นมี 4 จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และนครปฐม ส่วนประจวบคีรีขันธ์และสงขลามีบ้างประปราย ซึ่งถ้ามีเหตุต้องสงสัยก็จะลงไปตรวจสอบทั้งหมด