รมว.ยุติธรรม สั่งเข้ม ! จัดการเครือข่ายทำลายทรัพยากรธรรมชาติไทย ประสานหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เอาผิดปราบปรามอย่างจริงจัง
วันนี้ (11 มี.ค.69) พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับขบวนการลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง เน้นย้ำการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนดูแลและเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประชาชนและชุมชนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
โดยล่าสุดเมื่อสองวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ จับผู้ต้องหาคดีลักลอบค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ที่ตัดไม้พะยูงในพื้นที่แนวเทือกเขาพนมดงรักและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร จากนั้นนำไปซุกซ่อนเก็บรักษาไว้ที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก่อนจะนำไม้พะยูงดังกล่าวซุกซ่อนปะปนกับสินค้าประเภทไม้ บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 30 ตู้ ขนส่งข้ามแม่น้ำโขง และขอผ่านแดนเข้ามาในประเทศไทยผ่านด่านศุลกากรเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อส่งต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ก่อนส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้ช่องว่างของกฎหมายภาษีศุลกากรและการค้า (GATT) พ.ศ. 2494 มาตรา 5 ว่าด้วยเสรีภาพในการผ่านแดน และตามอนุสัญญาบาร์เซโลนา ว่าด้วยเสรีภาพในการผ่านแดนของสินค้า ค.ศ. 1980 จะได้รับการยกเว้นอากร และไม่ต้องผ่านการตรวจค้นตามปกติ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานร่วมกันลักลอบนำไม้พะยูง เศษไม้พะยูง และกิ่งพันธุ์กล้วยไม้ ซึ่งเป็นของต้องจำกัด เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันหลีกเลี่ยงกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และจากการตรวจสอบยังพบว่าในช่วงระยะเวลาเพียง 1 เดือนก่อนการจับกุม กลุ่มของผู้ต้องหาได้ดำเนินพิธีการทางศุลกากรในลักษณะเดียวกันมาแล้วกว่า 150 ตู้คอนเทนเนอร์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันจะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเร่งขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าไม้พะยูงข้ามชาติ เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงจัง