หนุ่มคลั่งบุกฟันแม่ลูก ก่อนหลบไปล้างตัวที่คาร์แคร์ ผลตรวจไม่พบสารเสพติด ป.ป.ส. สั่งสอบพบสมัครใจบำบัด-เลิกยามาระยะหนึ่งแล้ว แต่มีประวัติป่วยจิตเวชร่วมกับอาการทางสมอง ครอบครัว-ชุมชน ผู้ป่วยจิตเวช ต้องเฝ้าระวัง 5 พฤติกรรมส่ออาการกำเริบ
ความคืบหน้าคดีหนุ่มคลั่งบุกใช้มีดฟันแม่และลูก จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนหลบหนีไปล้างตัวที่คาร์แคร์ ในพื้นที่ ม.4 ต.สี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 มี.ค.69 ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในสังคม และเกิดข้อสงสัยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากอาการหลอนยาเสพติดหรือไม่ วันนี้ (12 มี.ค.69) พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สั่งการด่วนให้ นายโชติพันธ์ จุลเพชร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 8 พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประวัติของผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบประวัติของ นายภาณุพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ผู้ก่อเหตุผ่านฐานข้อมูลระบบ DN ระบบ CRIMES ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และระบบรับเรื่องร้องเรียนสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ไม่พบประวัติการถูกจับกุมหรือถูกร้องเรียนในคดียาเสพติด แม้ในอดีตผู้ก่อเหตุจะเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ได้สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ในระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด (บสต.) โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ โดยมีข้อมูลยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุได้เลิกเสพยาเสพติดมามาแล้วระยะหนึ่ง
“หลังก่อเหตุพนักงานสอบสวนได้ส่งตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ซึ่งผลการตรวจยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย”
พ.ต.ต. สุริยา เปิดเผยว่า "จากการสืบสวน พบว่ามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นผลมาจากภาวะการป่วยทางจิตเวช และมีอาการทางสมองร่วมด้วย ซึ่งผู้ก่อเหตุต้องกินยาเคมี เพื่อปรับสมองเป็นประจำทุกวัน ประกอบกับมีประวัติบุคคลในครอบครัว (พ่อ) เป็นผู้ป่วยจิตเวชเช่นเดียวกัน เหตุการณ์นี้จึงเป็นเรื่องของอาการป่วยทางจิตที่กำเริบ ไม่ใช่การหลอนยาเสพติดอย่างที่สังคมตั้งข้อสงสัยทั้งนี้
สำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยจิตเวช หรือผู้ที่เคยผ่านการบำบัดยาเสพติดจนมีภาวะทางจิตเวชร่วมด้วย โดยฝากเตือนให้คนในครอบครัวและชุมชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวังดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น โดยมีข้อสังเกต ดังนี้
• พฤติกรรมการนอนผิดปกติ ไม่หลับไม่นอน เดินไปมาตลอดทั้งคืน
• อารมณ์แปรปรวนรุนแรง หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย ก้าวร้าวโดยไม่มีเหตุผล
• พฤติกรรมหลงผิดหรือประสาทหลอน พูดคนเดียว หูแว่ว หวาดระแวงว่าจะมีคนมาทำร้าย
• ละทิ้งกิจวัตรประจำวัน เก็บตัวเงียบผิดปกติ
• ไม่ยอมรับประทานยาตามแพทย์สั่ง
ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้อาการกำเริบเฉียบพลัน "หากคนในครอบครัวพบเห็นสัญญาณเตือนเหล่านี้ ต้องรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อปรับยาหรือแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้จนอาการรุนแรง