ถุงพลาสติก กับ หนังยาง ขึ้นราคา หลังได้ผลกระทบจากการสู้รบตะวันออกกลาง แม่ค้า เผย ขึ้นราคา 5 บาท ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว
จากกรณีการสู้รบระหว่าง อิหร่าน-อิสราเอลและสหรัฐ นั้น ทำให้มีผลกระทบกับการขนส่งน้ำมัน และราคาน้ำมัน ทำให้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตหลายอย่าง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ ปิโตรเลี่ยม และ เคมีภัณฑ์ ซึ่งรวมถึง ถุงพลาสติก และ หนังยาง ที่พ่อค้าแม่ค้าใช้กันแทบทุกร้าน ทำให้ ถุงพลาสติก และ หนังยาง นั้นปรับราคาสูงขึ้นหลังจากเริ่มมีการสู้รบ
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บริเวณตลาดหนามแดง ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ไปสอบถาม ร้านขายกับข้าวถุง ที่ต้องใช้ ถุงแกง และ หนังยาง เป็นจำนวนมากทุกวัน ซึ่งแม่ค้า ให้ข้อมูลว่า ถุงพลาสติก และ หนังยาง ปรับราคาขึ้นมาตั้งแต่ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งขึ้นประมาณถุงละ 5 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ราคาขายกับข้าวถุงยังคงราคาเท่าเดิม และยังไม่รวมกับราคาก๊าซหุงต้มที่คาดว่าจะปรับราคาขึ้นจากปัจจัยการสู้รบ
นางสาวริษา ทองน้อย แม่ค้าขายกับข้าว เปิดเผยถึง ผลกระทบจากกรณีราคาถุงพลาสติกและยางรัดของปรับตัวสูงขึ้นว่า ทางร้านได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากต้องซื้อของเหล่านี้มาใช้ทุกวันในการห่ออาหารขายให้กับลูกค้า จากเดิมที่ราคาวัตถุดิบต่างๆ แพงอยู่แล้ว เมื่อราคาถุงพลาสติกปรับขึ้นไปอีกประมาณแพ็คละ 5 บาท ก็ยิ่งทำให้ต้นทุนของทางร้านเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่กำไรยังคงเท่าเดิมหรือลดน้อยลง แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ทางร้านยืนยันว่าจะยังคงขายอาหารในราคาเดิม ไม่มีการปรับขึ้นราคา เพราะมองว่าหากขายแพงกว่านี้จะทำให้ขายออกได้ลำบาก ทางร้านจึงเน้นการขายให้ออกง่ายและคล่องตัวไว้ก่อน ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ค่อนข้างซบเซา จึงรู้สึกเห็นใจคนซื้อและไม่อยากเพิ่มภาระให้ลูกค้าไปมากกว่านี้ ส่วนราคายางรัดของนั้น ขณะนี้ยังคงใช้ล็อตเดิมที่ซื้อไว้ก่อนการปรับราคา แต่คาดว่าหากต้องซื้อล็อตใหม่ราคาก็คงจะทยอยปรับขึ้นตามกันไปอย่างแน่นอน