ฝ่ายค้านจี้ประธานสภาฯ วางตัวเป็นกลาง เปิดทางตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้านบาท เงินจะถึงมือประชาชนในอีก 8 วัน แต่ยังไม่มีการชี้แจงว่าการกู้จะช่วยแก้ปัญหา ศก.ได้มากน้อยเพียงใด
วันนี้ (22 พ.ค.69) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรวางตัวเป็นกลาง และไม่ขัดขวางการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลผ่านกลไกรัฐสภา โดยเฉพาะการเสนอญัตติด่วนเพื่อขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตาม พ.ร.ก. เงินกู้
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า รัฐบาลได้อนุมัติโครงการใช้งบจากเงินกู้ไปแล้วกว่า 170,000 ล้านบาท และกำลังจะเริ่มกู้เงินจริง โดยเงินช่วยเหลือจะเริ่มถึงมือประชาชนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ หรืออีกเพียง 8 วันข้างหน้า ทั้งที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจงต่อรัฐสภาและสังคมอย่างเพียงพอ ว่าการกู้เงินดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด มีเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จอย่างไร รวมถึงจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรหลังมาตรการเยียวยาระยะเวลา 4 เดือนสิ้นสุดลง และเงินเยียวยาหมดลง
นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลว่ารัฐบาลนำเงินกู้ไปใช้สนับสนุนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องดำเนินการอยู่แล้วตามปกติ อาจเข้าข่ายใช้เงินกู้ผิดวัตถุประสงค์ และขัดต่อหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับการกู้เงินในสถานการณ์พิเศษ
“ในเมื่อรัฐบาลเริ่มดำเนินการกู้เงินและใช้งบประมาณแล้ว เหตุใดการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงจะไม่ถือเป็นญัตติด่วน หากไม่ถูกบรรจุเป็นญัตติด่วน ก็ต้องรอคิวตามระเบียบวาระปกติซึ่งมีญัตติค้างอยู่จำนวนมาก ทำให้การตรวจสอบเกิดขึ้นไม่ทันต่อสถานการณ์” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
น.ส. ศิริกัญญายังตั้งข้อสังเกตต่อเหตุผลของประธานสภาฯ ที่ระบุว่าควรรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน โดยเห็นว่าในเมื่อรัฐบาลเดินหน้ากู้เงินโดยไม่ได้รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รัฐสภาก็ไม่ควรชะลอการทำหน้าที่ตรวจสอบเช่นกัน ฝ่ายค้านต้องต่อสู้กับความพยายามของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญอยู่แล้ว แต่กลับต้องถูกประธานสภาฯ ขัดขวางด้วยการไม่รับรองความเป็นญัตติด่วนอีก กลไกตรวจสอบของสภากำลังถูกจำกัดตัดตอน และนี่คือการเปิดช่องให้รัฐบาลหนีการตรวจสอบจากสภาฯ