พ่อค้ามีปัญหาเรื่องที่จอดรถยิงกันกลางตลาด

พ่อค้ามีปัญหาเรื่องที่จอดรถยิงกันกลางตลาด

View icon 59
วันที่ 15 มี.ค. 2569 | 15.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
พ่อค้าทะเลาะกันเรื่องที่จอดรถ อีกฝ่ายควักปืนออกมา ยื้อแย่งปืนลั่นใส่ขาตนเอง บาดเจ็บ 

วันนี้ (15 มี.ค. 69)  ร.ต.อ.หญิงปรีดา ขาวผ่อง ร้อยเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุยิงกันที่บริเวณแผงผัก ถนนควนขัน ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง จึงรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย รายแรกคือ นายอำนวย อายุ 66 ปี ชาวตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง อาชีพพ่อค้านำพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านมาขาย ถูกยิงเข้าที่บริเวณขาด้านซ้าย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรังได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวขึ้นเปลส่งรักษาที่โรงพยาบาลตรัง ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายคือ นายประภาส อายุ 40 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณนิ้วมือ ข้อศอก และหัวเข่า เจ้าหน้าที่ได้ช่วยนำตัวเข้าทำแผลในรถกู้ภัยตรัง

จากการสอบถามนางสาวชนิสรา แม่ค้าที่นำสินค้ามาขายในตลาดใบกล้วย เล่าว่า ตนเองและแฟนได้ขับรถมาจอดที่ตลาดตั้งแต่เวลา 05.00 น. จากนั้นนำสินค้าไปจัดวางในแผงภายในตลาด ต่อมาประมาณเวลา 06.00 น. มีผู้มาบอกให้เลื่อนรถ โดยอ้างว่าที่ดังกล่าวเป็นที่จอดประจำของนายอำนวย แต่ตนเองแจ้งว่าไม่สามารถเลื่อนรถได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่สาธารณะ ใครมาก่อนควรได้จอดก่อน และตั้งใจว่าเมื่อขายของเสร็จจะนำรถออกเอง ต่อมามีรถกระบะของนายอำนวยมาจอดปิดท้ายรถของตน ตอนแรกไม่ทราบว่าเป็นรถของใคร จึงสอบถามคนในตลาด เมื่อทราบว่าเป็นรถของนายอำนวย จึงไปขอให้นายอำนวยเลื่อนรถให้ แต่ได้รับคำตอบว่ายังไม่เลื่อน ต้องรอให้ขายของเสร็จก่อน ตนจึงไปตามนายประภาส แฟนของตนมาช่วยพูดคุย จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น และขณะนั้นเห็นว่านายอำนวยชักอาวุธปืนออกมา นายประภาสจึงเข้าไปแย่งปืน ทำให้เกิดการต่อสู้ยื้อยุดกัน ก่อนที่ปืนจะลั่นถูกเข้าที่ขาซ้ายของนายอำนวยได้รับบาดเจ็บ ส่วน นายประภาส ได้รับบาดเจ็บบริเวณนิ้วมือและหัวเข่า จากการเข้ายื้อแย่งอาวุธปืน

หลังเกิดเหตุ นายประภาสได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดที่จอดรถซึ่งเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ โดยรถของตนเป็นรถเก๋ง ส่วนรถของนายอำนวยเป็นรถกระบะ  ซึ่งจอดปิดท้ายรถเก๋งของตนอยู่ ทำให้ไม่สามารถนำถอยรถออกได้ จนกระทั่งหลังเกิดเรื่อง มีผู้ชำนาญ ได้นำอิฐเศษปูนมารองเพื่อให้รถถอยลงจากทางเท้าได้

ขณะเดียวกัน “พี่เขียว” แม่ค้า เล่าว่า พี่นวยซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บและเป็นเจ้าของปืน เป็นพ่อค้าที่นำพืชผักจากชาวบ้านมาขายร่วมกัน โดยพี่นวยเป็นคนหาเช้ากินค่ำและเป็นคนใจดี มาขายของที่ตลาดแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงที่ตลาดเพิ่งเปิด ก่อนเกิดเหตุ แฟนของคู่กรณีได้มาด่าทอฝั่งพี่นวยก่อนเรื่องที่จอดรถ จากนั้นคู่กรณีพยายามจะเข้ามาทำร้าย ทำให้พี่นวยวิ่งหนีแล้ว แต่คู่กรณีก็ยังตามมาขณะนั้นตนเองกำลังยืนขายผักอยู่ จึงไม่ทราบว่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นเกิดอะไรขึ้น กระทั่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด และมาทราบภายหลังว่าพี่นวยถูกยิงที่ขา ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่าพี่นวยพกปืนมาก่อนหน้านี้หรือไม่ แต่เมื่อเกิดเหตุก็ทราบว่าเป็นปืนของพี่นวย และคาดว่าขณะเกิดการปะทะกันและมีการแย่งปืน ปืนจึงลั่นใส่พี่นวยเอง โดยคู่กรณีก็เป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเช่นกัน

นางสมศรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนเกิดเหตุ หากพูดคุยกันดี ๆ ก็น่าจะไม่เกิดเรื่อง เพราะทั้งสองฝ่ายไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกันมาก่อน แต่ครั้งนี้แฟนของคู่กรณีเป็นฝ่ายมาด่าทอก่อน และคาดว่าเหตุปะทะกันจนเกิดการแย่งปืน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาทจากปัญหาเรื่องที่จอดรถ ก่อนจะลุกลามจนเกิดเหตุปืนลั่น โดยพบว่าอาวุธปืนที่ใช้เป็นปืนขนาด .357 บรรจุกระสุนไว้ 6 นัด และมีการยิงออกไปแล้ว 1 นัด ส่วนอาวุธปืนมีใบอนุญาตหรือไม่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  อย่างไรก็ตาม

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าของตลาดนัดใบกล้วย ชี้แจงว่า จุดเกิดเหตุไม่ได้อยู่ภายในพื้นที่ตลาดนัดใบกล้วยโดยตรง แต่เป็นพื้นที่แผงลอยของเอกชนที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งไม่ได้อยู่ในความดูแลหรือการบริหารจัดการของตลาดนัดใบกล้วย

สำหรับตลาดนัดใบกล้วย เป็นตลาดเช้าที่เปิดตั้งแต่เวลา 06.00 – 11.00 น. และเปิดในทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ จะมีประชาชนจำนวนมากมาเดินจับจ่ายซื้อของ เนื่องจากเป็นตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องราคาสินค้าที่ไม่แพง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง