ผ่านฉลุย โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ

View icon 17
วันที่ 16 มี.ค. 2569 | 06.34 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - การเมืองไทย เริ่มนับ 1 แล้ว เมื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เลือก "โสภณ ซารัมย์" นั่งประธานสภาฯ โดยมี 57 เสียง จาก "กล้าธรรม" ที่งดออกเสียง

การประชุมนัดแรกของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.พรรคเพื่อไทย ที่อาวุโสสูงสุด เพราะอายุ 90 ปีแล้ว ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราว เปิดการประชุม และนำ สส. ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่

พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่วน พรรคประชาชน เสนอชื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน ท้าชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทั้ง 2 คน ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่มีความแตกต่าง โดย นายโสภณ ประกาศสังคายนากฎหมายล้าสมัยอย่างเร็วที่สุด ขณะที่ นายพริษฐ์ หวังประธานสภาฯ คนใหม่ ต้องวางตัวเป็นกลาง และให้ตรวจสอบการเลือกตั้งที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญตามความต้องการของประชาชนที่ผ่านการทำประชามติ

ภายหลังการแสดงวิสัยทัศน์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ลุกขึ้นถามระหว่างจะโหวตเลือกประธานสภาฯ ว่า "ยังไม่ถูกใจ จะทำอย่างไรดี" ทำให้ประธานสภาฯ ชั่วคราว บอกว่า "ท่านก็ไม่ต้องโหวต ให้งดออกเสียง" และเชื่อว่าทุกคนมีบุคคลที่อยู่ในใจแล้ว คงไม่มีการเขียนชื่อผิด หากผิดก็ถือว่าเป็นบัตรเสียทันที ทำให้เกิดการถกเถียงกันไปมา ก่อนจะนำประเด็นขัดแย้งไปถามสมาชิกส่วนใหญ่

สรุปก็คือ ให้สมาชิกฯ แต่ละคนลงคะแนนลับ เขียนเป็นหมายเลขแทนชื่อ โดย นายโสภณ หมายเลข 1 และ นายพริษฐ์ หมายเลข 2 ส่วนผู้ประสงค์งดออกเสียง ให้เขียน "งดออกเสียง" หากมีการเขียนข้อความใด ๆ นอกเหนือจากนี้ ถือว่าเป็นบัตรเสีย

ผลการลงคะแนนลับ นายโสภณ ได้เป็นประธานสภาฯ ด้วยคะแนน  289 คะแนน นายพริษฐ์ 123 คะแนน มีงดออกเสียง 80 คน ในจำนวนนี้ มี 57 เสียงของพรรคกล้าธรรม ที่งดออกเสียง และบัตรเสีย 5 ใบ จาก สส. ที่มาประชุม 497 คน

ส่วนรองประธานสภาฯ ไม่มีคู่ชิง จึงทำให้ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2

สำหรับ นายโสภณ ซารัมย์ สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีครุศาสตรบัณฑิต สาขาการประถมศึกษา อดีตเคยรับราชการครู ตัดสินใจลงรับสมัคร สส.บุรีรัมย์ สมัยแรก ในปี 2544

ตลอดเส้นทางการเมือง นายโสภณ รับบทบาทในหลายตำแหน่ง ทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงประธานคณะกรรมาธิการฯ ในหลายสมัยของสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนบทบาทใหม่ในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศ มีหน้าที่ควบคุมการประชุมรัฐสภา กำหนดวาระการประชุม และดูแลความเรียบร้อยของการดำเนินงานในสภาฯ การได้รับเลือกครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบทบาทในเวทีรัฐสภาไทย

ซึ่งหลังจากมีการโปรดเกล้าฯ ประธานสภาฯ คนใหม่แล้ว คาดการณ์ว่า 18-19 มีนาคม จะเรียกประชุมสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 33

ราว ๆ เดือนเมษายน จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการวางตัวบุคคลเป็นคณะรัฐมนตรี ตลอดจนการตรวจสอบคุณสมบัติ, ปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม จะมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม. "อนุทิน 2" ตามด้วยการถวายสัตย์ปฏิญาณฯ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก่อนจะเริ่มนับ 1 ในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของการโหวตนายกรัฐมนตรี ต้องรอตามขั้นตอน หลังจากนั้นจะหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล เรื่องโควตารัฐมนตรี ก่อนส่งให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติ ย้ำว่า หน้าตา ครม. จะต้องไม่ค้านความรู้สึกประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง