เช้านี้ที่หมอชิต - ประชาชน บ่นกันถ้วนหน้า ข้าวของราคาแพง จะอยู่อย่างไร ส่วนคำแนะนำให้เก็บเงินสดสำรอง 3-6 เดือน จะไปหาตรงไหนมาเก็บ ทุกวันนี้ หาเช้ากินค่ำ ยังยาก
วิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันทั่ว สินค้าพาเหรดขึ้นราคาทั้งเนื้อสัตว์ ผักใบ แม้กระทั่งถุงใส่แกง และหนังยาง รัดถุง ยังขึ้นราคา และเพื่อเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมรับกับสถานการณ์อะไรก็เกิดขึ้นได้ สภาผู้บริโภค ออกมาแนะให้ประชาชนสำรองเงินสดไว้ 3-6 เดือน เพื่อรองรับผลกระทบ
ต่อมาเมื่อวาน สภาผู้บริโภค ออกมาแก้เกี้ยว ถึงกรณีคำแนะนำให้มีเงินสำรอง 3-6 เดือน ว่า เป็นแนวทางระยะยาว เพื่อรับมือเหตุไม่คาดคิด และรักษาสภาพคล่องในครัวเรือน หากยังไม่พร้อม ก็เชื่อว่าประชาชนจะใช้จ่ายอย่างระมัดระวังตามกำลัง ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และไม่จำเป็นต้องถอนเงินสดมาติดตัว เพราะยังสามารถใช้พร้อมเพย์โอนเงิน และชำระค่าสินค้า บริการได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวจึงลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นจากชาวบ้านตาดำ ๆ ต่างบอกว่าให้เก็บเงินสำรอง 3-6 เดือน จะไปหาจากไหน เพราะทุกวันนี้ ลำพังหาเช้ากินค่ำให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวได้อิ่มท้อง ก็ยังยาก
สิ่งที่พอจะเป็นเหมือนน้ำทิพย์ชะโลมใจ คือ หวังว่า เมื่อรัฐบาลใหม่ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา น่าจะมีข่าวดีออกมาบ้าง โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ที่รอคอยกันมานาน จากเดิมที่คาดว่าจะได้ใช้ หลังเดือน มิถุนายน ตอนนี้ สารพันปัญหาถาโถม เป็นไปได้ก็อยากให้เดินหน้าโครงการเร็วขึ้น
ส่วนสิ่งที่ประชาชนผวา หนาว ๆ ร้อน ๆ มากที่สุดในเวลานี้ ถึงขั้นทำให้บางคน นอนไม่หลับคงไม่พ้นราคาน้ำมัน ต้องลุ้นกันแบบรายวัน ว่า น้ำมันจะขึ้นราคาเมื่อไหร่ และจะมีพอใช้หรือไม่