กรมชลประทานเดินหน้า "อ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ" แก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมซ้ำซาก

กรมชลประทานเดินหน้า "อ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ" แก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมซ้ำซาก

View icon 33
วันที่ 16 มี.ค. 2569 | 11.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรมชลประทานเดินหน้า "อ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ" พลิกฟื้นเศรษฐกิจตราด-จันทบุรี แก้ปัญหา "ภัยแล้ง-ท่วมซ้ำ" อย่างยั่งยืน หลังประสบปัญหานานกว่า 30 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมชลประทานเร่งเครื่องโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ชาว จ.ตราด และ จ.จันทบุรี หลังเกษตรกรสวนผลไม้ต้องเผชิญวิกฤตภัยแล้งซ้ำซาก ต้องสูบทอยน้ำขึ้นเขาเลี้ยงสวนผลไม้อย่างยากลำบากทุกปี ขณะที่ฤดูฝนกลับประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ชูระบบส่งน้ำครอบคลุมกว่า 6 หมื่นไร่ ยกระดับคุณภาพชีวิตสวนทุเรียน-มังคุดสู่ความยั่งยืน

นายตรวจ สนเถ็ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.สะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด บอกว่า ต.สะตอ ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากมานานกว่า 30 ปี ชาวบ้านต้องสูบทอยน้ำจาก จ.จันทบุรี ขึ้นเขาในระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร เพื่อมาเลี้ยงสวนผลไม้ด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านจึงได้ร้องเรียนขอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 จึงคาดหวังว่าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอจะสามารถช่วยแก้ปัญหาน้ำให้กับชาวบ้านได้อย่างยั่งยืน

ด้าน นายปราโมทย์ จันทร์กระจ่าง นายก อบต.สะตอ กล่าวว่า ประชากรใน ต.สะตอ กว่าร้อยละ 90 เป็นเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น มังคุด ทุเรียน และ เงาะ ที่ต้องประสบปัญหาภัยแล้งทุกปี การแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำด้วยการสูบทอยน้ำทำให้ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการซื้อน้ำมันมาสูบน้ำอย่างมาก ขณะที่ในฤดูฝนก็จะถูกน้ำท่วม เพราะเป็นพื้นที่แอ่งกระทะ อ่างเก็บน้ำห้วยสะตอที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็จะสามารถช่วยปัญหาทั้งน้ำท่วม และน้ำแล้งได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากสวนผลไม้ไม่สามารถขาดน้ำได้ โดยเฉพาะในฤดูเก็บเกี่ยวที่เป็นฤดูแล้ง

ขณะที่ นายชัยกร ลุนทา หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการชลประทานตราด เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำใน จ.ตราด ว่า แม้จะมีฝนตกเฉลี่ยสูงถึง 5,457.2 มิลลิเมตรต่อปี แต่กลับกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้เพียงร้อยละ 4 ของน้ำทั้งหมด โดยเฉพาะในลุ่มน้ำห้วยสะตอ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างทุเรียน มังคุด และเงาะ ภัยแล้งซ้ำซากมักจะเกิดในช่วงเดือน พ.ย.-เม.ย. ซึ่งจะมีฝนตกเพียงร้อยละ 11 ของทั้งปี ทำให้เกษตรกรต้องดิ้นรนสูบทอยน้ำจากแหล่งน้ำที่จำกัดขึ้นสู่พื้นที่สวนบนเขาอย่างยากลำบากและมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ในฤดูฝน พื้นที่ท้ายน้ำใน อ.เขาสมิง และ อ.เมืองตราด กลับต้องเผชิญกับอุทกภัยซ้ำซาก เนื่องจากไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำตอนบนเพื่อช่วยชะลอน้ำหลาก

อย่างไรก็ตาม นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กล่าวว่า กรมชลประทานได้เร่งรัดงานสำรวจออกแบบระบบส่งน้ำ ซึ่งขณะนี้มีความก้าวหน้าแล้วร้อยละ 88 โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนเมษายน 2569 และส่งมอบงานทั้งหมดได้ในเดือน มิ.ย. 69 โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอจะกลายเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำคัญของ จ.ตราด และ จ.จันทบุรี บางส่วน  โดยตัวเขื่อนจะเป็นเขื่อนหินบดอัดแบบแบ่งส่วนสูง 31 เมตร ยาว 930 เมตร ความจุ 57.27 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งขณะนี้ได้รับการอนุมัติงบประมาณและดำเนินการก่อสร้างแล้ว ส่วนระบบส่งน้ำจะมี 2 ฝั่ง คือ ระบบส่งน้ำฝั่งขวาส่งน้ำด้วยระบบท่อโดยตรงจากอ่างฯ ยาว 42.50 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 49,315 ไร่ ระบบส่งน้ำฝั่งซ้ายใช้ระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 4 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 12,861 ไร่

นอกจากนี้ ประชาชนบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างระบบส่งน้ำจะได้รับการเยียวยาตามมาตรการจ่ายเงินค่าทดแทนทรัพย์สินเป็นกรณีพิเศษสำหรับที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชน ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สร้างชุมชนเข้มแข็ง และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชาวสวนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ คาดว่าระบบส่งน้ำดังกล่าวจะสามารถเริ่มกระบวนการขอตั้งงบประมาณก่อสร้างได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2571 เป็นต้นไป ภายหลังผ่านการอนุมัติจาก กนช. และ ครม.