ยิง ตร. เสียชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งเจรจาเกลี่ยกล่อมให้มอบตัว

ยิง ตร. เสียชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งเจรจาเกลี่ยกล่อมให้มอบตัว

View icon 349
วันที่ 16 มี.ค. 2569 | 12.26 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กอ.รมน.ภาค 4 สน. เร่งเจรจาเกลี้ยกล่อมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงให้ออกมามอบตัว หลังใช้อาวุธปืนยิงใส่ตำรวจเสียชีวิต “คนที่อยู่ด้านใน ขอให้เดินชูมือ ออกมาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ ดีกว่าเราเข้าไปเจอกันข้างใน”

ความคืบหน้ากรณีการปิดล้อมจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่คนร้ายยิงใส่เจ้าหน้าที่ วันนี้ (16 มี.ค.69) เวลา 09.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ ต่อมาในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ คนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ และได้เกิดเหตุปะทะกันขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 นาย คือ สิบตำรวจเอก วราเทพ ศรีสุวรรณชนะ สังกัด กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลปัตตานี แต่ไม่สามารถยื้อชีวิต สิบตำรวจเอกวราเทพ ไว้ได้ เนื่องจากกระสุนเข้าที่บริเวณใบหน้า

ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมพื้นที่โดยรอบไว้แล้ว และดำเนินการตามขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง โดยยึดหลักกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน อย่างเคร่งครัด ตลอดจนคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมทั้งได้ดำเนินการเจรจาเกลี้ยกล่อมให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงออกมามอบตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต่อสู้คดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป โดยมีการเกลี้ยกล่อมทั้งภาษาไทยและประสานขอให้ผู้นำในท้องที่เข้ามาเกลี้ยกล่อมด้วยภาษาท้องถิ่น ด้วยข้อความว่า “คนข้างในเมื่อได้ยินเสียงนี้แล้ว ขอให้เดินชูมือ ออกมาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางบริเวณ บ้านตากอง และบ้านปะกาลือสง ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ร่วมเป็นเครือข่ายด้านความมั่นคง ช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่ หากพบเห็นบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย หรือความเคลื่อนไหวผิดปกติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 หรือ หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง