ป.ป.ช. ชี้มูล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ร่ำรวยผิดปกติ แจงไม่ได้เงินซื้อที่ดิน 3 ล้านบาท

ป.ป.ช. ชี้มูล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ร่ำรวยผิดปกติ แจงไม่ได้เงินซื้อที่ดิน 3 ล้านบาท

View icon 147
วันที่ 16 มี.ค. 2569 | 14.30 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ป.ป.ช. ชี้มูล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ร่ำรวยผิดปกติ แจงไม่ได้เงินซื้อที่ดิน 3 ล้านบาท ส่งเรื่องให้อัยการยื่นศาลให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน พร้อมแจ้งผู้มีอำนาจสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง

วันนี้ (16 มี.ค.69) นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดนายประเสริฐ ค่ายทอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ร่ำรวยผิดปกติ รวมเป็นเงิน 3,000,000 บาท

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปี พ.ศ. 2559 ขณะนายประเสริฐ ดำรงตำแหน่งนายกเทศมตรีเมืองคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้ซื้อที่ดินตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 600 ส่วน ใน 2,200 ส่วน หรือเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน ในราคา 3,000,000 บาท และให้บุตรสาวเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมเฉพาะส่วน ตามบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมเฉพาะส่วน  ลงวันที่ 2 ก.พ.59 โดยนายประเสริฐ ไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของเงินจำนวน 3,000,000 บาท ซึ่งนำไปซื้อที่ดินดังกล่าวได้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า นายประเสริฐ ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในเงินจำนวน 3,000,000 บาท ซึ่งนำไปซื้อที่ดินดังกล่าว

ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน และให้แจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริงโดยสรุปไปยังผู้มีอำนาจสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เพื่อสั่งให้พ้นจากตำแหน่งโดยให้ถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง และวรรคห้า

หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมด หรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลาสิบปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 125 ด้วย