ป.ป.ช. ชี้มูล อดีต หน.สำนักปลัด อบต. รวยผิดปกติ แจงที่มาไม่ได้ ทั้งเงินฝาก-ที่ดิน-เงินดาวน์รถยนต์ ส่งสำนวนให้ต้นสังกัด “ไล่ออก”
วันนี้ (15 ก.ค.69) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด น.ส.สมพร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่ำรวยผิดปกติ รวมเป็นเงินจำนวน 1,191,700 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2550 - 2560 น.ส.สมพร ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางสะพาน มีรายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) ตั้งแต่ปีภาษี 2550 - 2560 แสดงเงินรายได้เป็นเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเบี้ยประชุม รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 2,135,806 บาท แต่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติไม่สัมพันธ์กับรายได้และไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของเงินได้ จำนวน 3 รายการ รวมเป็นเงินจำนวน 1,191,700 บาท ดังนี้ 1. เงินฝากธนาคาร จำนวน 4 บัญชี รวมเป็นเงิน 211,700 บาท 2. ที่ดิน ตำบลบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ 2-2-87 ไร่ ซื้อมาเมื่อวันที่ 26 ก.ย.57 มูลค่า 370,000 บาท และ 3. เงินดาวน์รถยนต์ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.57 จำนวนเงินดาวน์ 610,000 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า น.ส.สมพร ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ซึ่งเป็นรายการทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของ น.ส.สมพร รวมมูลค่า 1,191,700 บาท
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน และให้แจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริง โดยสรุปไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อสั่งลงโทษไล่ออกผู้ถูกกล่าวหาภายในหกสิบวัน โดยให้ถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม ต่อไป
หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลาสิบปี ตามนัยมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ด้วย