ทนายรณณรงค์ ยกคดีพนันออนไลน์เสี่ยโป้เทียบเคียงคดียกฟ้องหลงจู๊

ทนายรณณรงค์ ยกคดีพนันออนไลน์เสี่ยโป้เทียบเคียงคดียกฟ้องหลงจู๊

View icon 46
วันที่ 16 มี.ค. 2569 | 17.43 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทนายรณณรงค์ ยกคดีพนันออนไลน์เสี่ยโป้เทียบเคียงคดีหลงจู๊ ศาลยกฟ้องสะเทือนวงการยุติธรรม มองเสี่ยโป้ทำตัวเป็นอินฟลูฯสายเทา ไลฟ์ชวนคนเล่นพนัน โดน 50 ปี ขณะที่หลงจู๊อยู่เบื้องหลัง จับกุมใหญ่โตแต่พยานหลักฐานกลับกลวงเปล่า หากพึ่งแค่พยานบุคคล คงได้เห็นมวยล้มต้มคนดู วนลูปไปเรื่อย ๆ

วันนี้ (16 มี.ค. 2569) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ให้ความเห็นผ่านเพจทนายคู่ใจ โดยระบุว่าวันนี้มีข่าวใหญ่ที่สะเทือนความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรมอีกแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา "ยืนยกฟ้อง" หลงจู๊คนหนึ่งกับพวก ในคดีลักลอบเปิดบ่อนการพนันและฟอกเงินร้อยล้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะรอดคดีจ้างวานฆ่าวินมอเตอร์ไซค์มาหมาด ๆ

ข้อความตอนหนึ่ง ทนายรณณรงค์ ระบุว่า หลายคนในสังคมตั้งคำถามสนั่นโซเชียลว่า คดีระดับประเทศที่มีการระดมกำลังบุกจับใหญ่โต แต่ทำไมบทสรุปเมื่อถึงศาลกลับจบลงที่การ "ยกฟ้อง" แทบทุกคดี ในมุมมองทางกฎหมาย ปัญหาของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ศาล แต่อยู่ที่ "ความอ่อนของสำนวนและพยานหลักฐาน" ที่ต้นทางส่งไปให้ศาลพิจารณา ศาลท่านชี้ชัดไว้ในคำพิพากษาเลยว่า พยานที่โจทก์นำมาสืบเป็นเพียง "พยานบอกเล่า" ไม่มีใครยืนยันประจักษ์ชัดว่าเห็นจำเลยอยู่ในบ่อน 

“ส่วนคดีฟอกเงินก็มีหลักฐานแค่การโอนเงินเข้าบัญชี ครั้งเดียว ซึ่งผิดวิสัยของขบวนการฟอกเงินระดับประเทศ ที่ต้องมีการถ่ายเททรัพย์สินหลายทอด ศาลยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มีบุคคลอื่นที่รับโอนเงินเยอะกว่าจำเลยตั้งมากมาย แต่ตำรวจกลับไม่ยอมฟ้องพ่วงเข้ามาในคดีนี้ด้วย”

ทนายรณณรงค์ บอกด้วยว่า ลองเอาคดีนี้ไปเทียบกับ "คดีเสี่ยโป้" ที่โดนข้อหาเปิดบ่อนพนันและฟอกเงินเหมือนกัน แต่รายนั้นศาลสั่งจำคุกจัดหนักไปถึง 50 ปี ความต่างมันอยู่ตรงไหน คำตอบคือ "หลักฐานเชิงประจักษ์" เสี่ยโป้ทำตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายเทา ไลฟ์ชวนคนเล่นพนันออนไลน์ ทิ้งร่องรอยดิจิทัลไว้ให้ตำรวจตามยึดตามจับได้ง่าย ๆ ขณะที่หลงจู๊ทำงานอยู่เบื้องหลังแบบมาเฟียยุคเก่า ไม่มีภาพปรากฏตัว ไม่มีหลักฐานมัดตัวโดยตรง พนักงานสอบสวนก็ทำสำนวนโดยพึ่งพาแต่ "คำซัดทอด" ของลูกน้องระดับล่าง ซึ่งพยานเหล่านี้มักจะให้การสับสน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หรือไม่กล้ายืนยันตัวเมื่อต้องขึ้นเบิกความในศาล

เรื่องนี้ชวนให้เราต้องตั้งคำถามตัวโต ๆ กลับไปที่ "ต้นทางกระบวนการยุติธรรม" ว่าทำสำนวนกันอย่างไรถึงได้ปล่อยให้มีช่องโหว่ขนาดนี้ จับกุมใหญ่โตแต่พยานหลักฐานกลับกลวงเปล่า การที่คนระดับผู้กว้างขวางรอดพ้นกฎหมายได้ทุกคดี ยิ่งตอกย้ำวาทกรรม "คุกมีไว้ขังคนจน" ให้ฝังรากลึกในสังคมไทย หากเรายังไม่มีการปฏิรูปการสืบสวนสอบสวนให้เน้นไปที่การใช้ "นิติวิทยาศาสตร์และเส้นทางการเงินเชิงลึก" แทนที่จะหวังพึ่งแค่พยานบุคคล เราก็คงจะได้เห็นคดีมวยล้มต้มคนดูแบบนี้วนลูปต่อไปเรื่อย ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง