เอกสารดำเนินคดีวัดบ่อน้ำพระอินทร์ รุกป่า อาจเป็นหลักฐานย้อนเอาผิด จนท.เสียเอง

เอกสารดำเนินคดีวัดบ่อน้ำพระอินทร์ รุกป่า อาจเป็นหลักฐานย้อนเอาผิด จนท.เสียเอง

View icon 24
วันที่ 13 เม.ย. 2569 | 15.52 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทนายรณณรงค์ วิเคราะห์เอกสารดำเนินคดีวัดบ่อน้ำพระอินทร์บุกรุกป่า อาจเป็นหลักฐานย้อนเอาผิด จนท. การที่รัฐปล่อยปละละเลยมาแต่ต้น ทำให้พระสงฆ์และผู้เกี่ยวข้องเข้าใจว่าตนได้รับรองสิทธิและสามารถดำเนินการได้

ความคืบหน้าการดำเนินคดีบุกรุกป่า กัยวัดบ่อน้ำพระอินทร์ หลวงตาสินทรัพย์ วันนี้ (13 เม.ย.69) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเอกสารดำเนินคดีวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ หรือเป็นหลักฐานเอาผิดย้อนกลับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในอดีต โดยจุดที่น่าสนใจที่สุดของเอกสารชุดนี้คือ ความเห็นของคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า

• สิ่งปลูกสร้างถาวรที่มีปัญหานั้น ปรากฏว่า "สร้างมาแล้วก่อนหรือภายหลังมีโครงการพุทธอุทยาน" และ "อยู่ในความรับรู้ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายป่าไม้มาแต่แรก แต่ไม่ปรากฏมีการทักท้วงหรือดำเนินการบังคับใช้กฎหมายส่วนอาญา"
• เจ้าหน้าที่ยอมรับว่า การที่รัฐปล่อยปละละเลยมาแต่ต้น ทำให้พระสงฆ์และผู้เกี่ยวข้องเข้าใจว่าตนได้รับรองสิทธิและสามารถดำเนินการได้
• คณะเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบจึงมีความเห็นว่า "หากจะเร่งรัดบังคับใช้กฎหมายส่วนอาญาในชั้นนี้ ย่อมมิเป็นธรรมและไม่เกิดประโยชน์อันใด" เพราะอาจเป็นความบกพร่องของผู้เขียนโครงการหรือผู้ตรวจสอบพื้นที่ในอดีตเอง

ก่อนหน้านี้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ให้ความเห็นกรณี กรมป่าไม้ ชุดพยัคฆ์ไพร และ“วัดบ่อน้ำพระอินทร์” ว่า วัดได้รับอนุญาต เป็นพุทธอุทยาน คือ กรมป่าไม้ สำรวจให้วัด สามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างได้ ในเนื้อที่ 15 ไร่  แต่การก่อสร้างต้องแจ้ง กรมป่าไม้ก่อนทุกครั้ง และต้องสร้างภายในพื้นที่ 15 ไร่  วัดบ่อน้ำพระอินทร์ ทำข้อตกลงร่วมกับกรมป่าไม้ เรื่อง พระสงฆ์ร่วมดูแลป่า ประมาณ 500 ไร่ สามารถปลูกป่าได้ ทำกิจกรรมได้ เช่น ร่วมกันปลูก, บำรุง, เดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติได้

สรุป ให้เข้าใจง่าย ๆ คือ กรมป่าไม้ อนุญาตให้ดูแลพื้นที่ ร่วมกัน ในเนื้อที่ 500 ไร่ ในเนื้อที่ 500 ไร่ ห้ามมิให้ใครเข้าไปบุกรุก ห้ามมิให้ใครเข้าไป สร้างสิ่งปลูกสร้าง เช่น บ้านพัก อาคาร ใด ๆ ได้

ส่วนที่วัดได้รับอนุญาต เป็นพื้นที่ พุทธอุทยาน เนื้อที่ 15 ไร่ นี้ ในวันที่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ และ วัด สำรวจร่วมกันว่า มีสิ่งปลูกสร้างใดบ้าง เช่น ที่พักสงฆ์, ศาลาวัด, ห้องน้ำ, อุโบสถ, ศาลาวัด รวมถึง แท็งก์น้ำ ระบบน้ำด้วย ก็จะทำแบบไว้ แต่ถ้าทางวัด จำเป็นต้องสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่ม เช่น ที่พักสงฆ์ หรือที่บริกรรมศีลหรือ ที่ให้ผู้มาร่วมถือศีลเป็นพื้นที่ บริกรรมศีลร่วมกัน ”ก็สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ ใน 15 ไร่ เท่านั้น

จากภาพโดรน ปี 2566  พบสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นมากจริงๆ ที่อยู่นอกพื้นที่อนุญาต  ขยายออกไปอีก 12 ไร่ อย่างนี้ถือว่าผิดกฏหมาย หน่วยงานทั้งของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ หมั่นตรวจสอบ ตรวจเช็คข้อมูลตามที่เห็น..ตามข่าวทุกวันนี้ มีการตัดไม้ ทำลายป่าอย่างมากมาย ก็ควรจัดการแบบเร่งด่วน แบบเชิงรุก ปราบปรามได้เร็ว ก็ลดการบุกรุกป่าได้ ส่วนเรื่องการบุกรุกพื้นที่ ที่เป็นวัด หรือสำนักสงฆ์ ควรแจ้ง สำนักพุทธฯ ก่อน ให้สำนักพุทธจัดการ ถ้าสำนักพุทธ ปล่อยนิ่งเฉย ก็จัดการสำนักพุทธด้วย ละเว้น 157

ข่าวที่เกี่ยวข้อง