“โดนัลด์ ทรัมป์” เผยได้ขอเลื่อนการเดินทางเยือนจีนออกไปอีกประมาณ 1 เดือน เจ้าตัวอ้าง “ไม่ได้มีแผนการอะไร แค่อยากอยู่สหรัฐฯ จัดการเรื่องสงครามอิหร่านก่อน”
วันนี้ (17 มี.ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า ขณะนี้กำลังพยายามขอเลื่อนการเดินทางเยือนจีนที่หลายคนตั้งตารอในต้นเดือนเมษายนนี้ออกไปเป็นอีกประมาณ 1 เดือน เนื่องจากสงครามอิหร่าน
โดย “ทรัมป์” กล่าวว่า เรากำลังพูดคุยกับจีน ผมอยากไปจีนมาก แต่เพราะสงคราม ผมจึงอยากอยู่ที่นี่ ผมรู้สึกว่าผมต้องอยู่ที่นี่ ดังนั้นเราจึงขอเลื่อนการเยือนจีนออกไปประมาณ 1 เดือน และผมตั้งตารอที่จะได้พบปะกับพวกเขา เรามีความสัมพันธ์ที่ดีมาก แต่เพราะสงคราม มันไม่มีแผนการอะไรหรอก
โดยการขอเลื่อนการเดินทางของ “ทรัมป์” ซึ่งเดิมมีกำหนดเดินทางไว้ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2569 เพื่อพบปะกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน แสดงให้เห็นว่าสงครามอิหร่านได้พลิกผันวาระนโยบายต่างประเทศของ “ทรัมป์” ไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังเสี่ยงที่จะทำให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากวิกฤตในตะวันออกกลางได้เข้ามาเป็นอีกประเด็นเพิ่มเติมจากประเด็นการค้าและประเด็นไต้หวัน และยังมีประเด็นต่าง ๆ อีก
จากการที่อิหร่านตอบโต้การโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลด้วยการขู่ว่าจะโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่ง “ทรัมป์” ได้เรียกร้องให้หลายประเทศรวมถึงจีน ช่วยเหลือเรือให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ซึ่งช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นทางที่ขนส่งน้ำมันสูงถึง 1 ใน 5 ของโลก แต่การเรียกร้องของ “ทรัมป์” ส่วนใหญ่นั้นถูกปฏิเสธ ขณะที่จีนซึ่งนำเข้าน้ำมันประมาณ 12 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งมากที่สุดในโลก ก็ยังไม่ได้ตอบสนองต่อคำเรียกร้องของ “ทรัมป์”
ทาง “คาโรลีน ลีวิตต์” โฆษกประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งตารอที่จะเยือนจีน แต่วันเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ในฐานะผู้นำสูงสุด สิ่งสำคัญอันดับ 1 ในขณะนี้คือการรับประกันความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของปฏิบัติการ Epic Fury ดังนั้นเราจะแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับวันเวลาใหม่โดยเร็วที่สุด
ก่อนหน้านี้นี้เมื่อวันอาทิตย์ (15 มี.ค. 69) ที่ผ่านมา ทาง “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้กล่าวกับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า อาจเลื่อนการประชุมออกไปหากจีนไม่ช่วยเปิดทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่ “สก็อตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อประสานงานในความพยายามทำสงคราม และการเดินทางไปต่างประเทศในเวลาเช่นนี้อาจไม่เหมาะสม ไม่ใช่เพราะการเรียกร้องให้จีนช่วยดูแลช่องแคบ หรือเพราะความขัดแย้งทางการค้าใด ๆ