พรรคประชาชน เปิดข้อมูล “เครือข่ายธุรกิจ-บ้านใหญ่” แซงคิวแย่งชิงน้ำมันกับชาวบ้าน

พรรคประชาชน เปิดข้อมูล “เครือข่ายธุรกิจ-บ้านใหญ่” แซงคิวแย่งชิงน้ำมันกับชาวบ้าน

View icon 60
วันที่ 17 มี.ค. 2569 | 13.08 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
พรรคประชาชน ถามรัฐบาลน้ำมันไม่ขาดแคลน สวนทางความจริง ปั๊มไม่มีน้ำมันให้ชาวบ้านเติม
.
วันนี้ (17 มี.ค.69) ที่อาคารอนาคตใหม่  นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ ศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีวิกฤติน้ำมันและค่าไฟฟ้า อันสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ตอนหนึ่งดังนี้
.
นายวีระยุทธ กล่าวว่า นอกจากรัฐบาลมีปัญหาเรื่องบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ยังมีปัญหาในเรื่องการรับฟังเสียงที่ไม่รอบด้าน และแคบเกินไปของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ด้วย การบริหารจัดการวิกฤตรอบนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ของบ้านใหญ่และเทคโนแครตที่ เป็นสององค์ประกอบสำคัญของรัฐบาลภูมิใจไทย การทำงานของบ้านใหญ่ในภาวะที่ประชาชนเดือดร้อนเช่นนี้ จะให้ความเป็นธรรมได้แค่ไหน
.
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็น ผอ.ศบก. มีธุรกิจครอบครัวที่อยู่ในอุตสาหกรรมน้ำมัน ตอนนี้มีปัญหาระดับชาติคือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดิมจะต้องไปเติมน้ำมันจากผู้ค้าส่ง ตอนนี้เมื่อราคาต่างก็แห่กันมาเติมน้ำมันจากหน้าปั๊มแย่งกับประชาชนทั่วไป จะพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนได้แค่ไหน
.
เครือข่ายบ้านใหญ่และธุรกิจในแต่ละพื้นที่ก็มีปัญหาแย่งชิงน้ำมันจากประชาชนเช่นกัน ในหลายจังหวัดพบว่าประชาชนธรรมดาไปต่อคิวเติมน้ำมันรอเท่าไหร่ก็ไม่ได้เติม แต่เมื่อมีเครือข่ายธุรกิจใหญ่เข้ามาแซงคิวเข้าไปเติมได้เลย เมื่อน้ำมันหมดก็ไม่มีน้ำมันเหลือให้กับคนตัวเล็กตัวน้อยได้เติม นี่เป็นบทพิสูจน์ว่าในยามคับขันบ้านใหญ่จะเอาตัวรอดก่อนหรือจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการคนตัวเล็กตัวน้อยในพื้นที่ได้
.
วิกฤติน้ำมันครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์การทำงานของรัฐบาล ทั้งในตัวของบ้านใหญ่เองว่าจะเอาตัวรอดก่อนหรือให้ความเป็นธรรมกับประชาชนก่อน และเป็นบททดสอบของเทคโนแครต ว่าจะทำงานต่อสู้เพื่อประชาชนหรือจะยอมรับผลประโยชน์ของกลุ่มเครือข่ายอิทธิพล ท่ามกลางความปั่นป่วนเช่นนี้สิ่งที่รัฐบาลจะทำได้มีอยู่สองอย่าง คือความชัดเจนและความพร้อม
.
ที่รัฐบาลออกมาสื่อสารตลอดว่า ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอ แต่สิ่งที่ได้เจอจากสถานการณ์จริงขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง จึงต้องถามกับทางรัฐบาลกลับไปว่าสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำเมื่อขัดแย้งขนาดนี้ แสดงให้เห็นถึงเห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการวิกฤตครั้งนี้หรือไม่
.
ขณะที่ นายศุภโชติ มีมาตรการดูแลเรื่องค่าไฟฟ้า ดังนี้
.
1) การลดอัตราค่าไฟสำหรับกลุ่มเปราะบาง นโยบายของรัฐบาลที่ใช้เคยใช้หาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการการใช้ไฟฟ้าในช่วง 200 หน่วยแรกจะได้รับอัตราพิเศษ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีการบังคับใช้ในบิลค่าไฟที่จะถึงนี้ทันที
.
2) ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีการประกาศโควตารับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากหลังคาบ้านที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้ว อย่างน้อยช่วยเป็นการลดการผลิตไฟฟ้าจากแอลเอ็นจีในอนาคตได้
.
3) ในอดีตเคยมีโครงการอย่างการควบคุมการตอบสนองด้านความต้องการใช้ไฟฟ้า ที่เป็นการขอความร่วมมือและจ่ายค่าชดเชยให้กับโรงงานหรือผู้ประกอบการ และผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ซึ่งสามารถลดการผลิตไฟฟ้าจากต้นทางได้ อย่างน้อยรัฐบาลควรออกมาตรการนี้มาเป็นการเร่งด่วน เพื่อช่วยรองรับบรรเทาวิกฤติที่ประเทศกำลังจะขาดแคลนแอลเอ็นจี รวมถึงแอลเอ็นจีราคาสูงที่กำลังจะเข้าสู่ประเทศ
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง